โปรดเปิดใช้งานคุกกี้เพื่อให้เว็บไซต์ของเราเป็นประโยชน์สำหรับคุณมากขึ้นในแต่ละครั้งที่คุณเข้าชม โดยเราจะสามารถจดจำรายละเอียด เช่น ภาษาที่คุณเลือกใช้และอื่น ๆ เพื่อให้ประสบการณ์การเรียกดูของคุณราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตกลง

วันที่ 1: Culture Shapers

ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่แสดงถึงการค้าดั้งเดิมในย่าน Little India
1. Little India

สิงคโปร์เป็นประเทศที่ประกอบด้วยหลายวัฒธรรม โดยมีประวัติความเป็นมาเก่าแก่โบราณ ขณะเดียวกันก็อยู่ในกระแสของวัฒนธรรมสมัยใหม่ และหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการสัมผัสกับเมืองที่มีหลายแง่มุมนี้ก็คือย่าน Little India (ลิตเติ้ลอินเดีย) ย่านพื้นที่นี้ซึ่งเป็นที่พำนักอาศัยมาแต่เดิมของชุมชนชาวอินเดีย เป็นพื้นที่ที่เสน่ห์ความงามแบบเก่าบรรจบกับความเป็นสมัยใหม่

ลองเดินไปตามเส้นทางเที่ยวชมงานศิลปะที่จะพาคุณชมโดยรอบพื้นที่นี้ และสำรวจภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สร้างสรรค์โดยนักศึกษาของสถาบัน LASALLE College of the Arts ภาพจิตรกรรมฝาผนังแต่ละภาพบอกเล่าเรื่องราวของมรดกทางวัฒนธรรมที่น่าภาคภูมิใจ ตัวอย่างเช่น ภาพ Traditional Trades of Little India โดย Psyfool เป็นภาพของนกแก้วแสนรู้โดบิ (แปลว่าคนซักผ้า) และผู้ใช้แรงงานคนอื่นๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยมาจับกลุ่มกันตามท้องถนนในย่านพื้นที่ทางวัฒนธรรมนี้ การค้าหลายอย่างได้สูญหายไปตามกาลเวลา แต่ภาพจิตรกรรมฝาผนังอีกภาพบนถนน Chandler ชวนให้ระลึกถึงคนงานอพยพในปัจจุบันที่มีส่วนสำคัญในการก่อสร้างตึกสูงระฟ้าของสิงคโปร์

ลูกค้าผู้หญิงกำลังอร่อยกับการใช้มือเปิบนาซิบริยานีที่เสิร์ฟบนใบตอง
2. Lagnaa

หลังจากเดินเที่ยวในย่าน Little India จนจุใจแล้ว คุณอาจจะรู้สึกหิวและมองหาอะไรอร่อยๆ สำหรับมื้อกลางวัน เชิญแวะไปที่ร้าน Lagnaa Barefoot Dining เพื่อชิมอาหารรสเลิศต้นตำรับในบรรยากาศแบบครอบครัว ชื่อร้านก็บอกอยู่แล้วว่า คุณจะได้ลองชิมอาหารอินเดียเหนือและใต้โดยนั่งรับประทานอาหารที่พื้นปูเสื่อ และไม่สวมรองเท้า ลองทานอาหารในแบบของคนอินเดียเพื่อเพิ่มรสชาติ ด้วยการเปิบด้วยมือ

ภาพมุมสูงของด้านหน้าโรงละครและหอแสดงคอนเสิร์ต Victoria Theatre
3. Victoria Theatre & Victoria Concert Hall

เมื่ออิ่มจากอาหารกลางวันแล้ว คุณน่าจะไปเดินย่อยอาหารในย่านที่รุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมที่ Civic District (ซีวิค ดิสทริคท์) ซึ่งเป็นแหล่งรวมพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 15 นาทีโดยรถแท็กซี่ Victoria Theatre & Victoria Concert Hall คือสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะที่เก่าแก่ที่สุดของสิงคโปร์และเป็นแหล่งกำเนิดของวงดนตรี Singapore Symphony Orchestra (SSO) หากคุณโชคดี เมื่อคุณมาเที่ยวในย่านนี้ คุณอาจได้ชมการแสดงสดของทางวง อย่าพลาดที่จะซื้อบัตรเข้าไปชมการแสดงดีๆ นี้สักครั้ง รับรองว่านี่จะเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เพราะวง SSO เป็นวงดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติและผสานรวมแนวดนตรีตะวันตกกับดนตรีจีนเข้าด้วยกัน

Yugnes Susela กำลังเทเครื่องดื่มค็อกเทลที่ Smoke & Mirrors
4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ (National Museum of Singapore)

เพียงเดินไปอีกนิดเดียวก็จะถึง National Gallery Singapore (หอศิลป์แห่งชาติของสิงคโปร์) คุณสามารถใช้เวลาทั้งวันในบรรดาห้องแสดงผลงานหลักของหอศิลป์ และชื่นชมกับคอลเลคชั่นผลงานศิลปะจากเอเชียอาคเนย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ความเพลิดเพลินจากการมาเที่ยวที่หอศิลป์แห่งนี้ไม่ได้มีแต่เรื่องของงานศิลปะเท่านั้น

ลองขึ้นไปที่ชั้นดาดฟ้าของหอศิลป์และไปที่ Smoke & Mirrors บาร์ค็อกเทลที่มีบาร์เทนเดอร์ Yugnes Susela คอยชงเครื่องดื่มรสเลิศให้คุณได้ลิ้มลอง โดยได้แรงบันดาลใจมาจากงานศิลปะที่คุณชื่นชม Yugnes โดยตัวเขาเองแล้วเป็นตัวแทนของผู้ที่สร้างฝันให้เป็นจริง: จากคนที่เคยหารายได้เสริมด้วยการรับจ้างล้างจาน เขาได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบาร์เทนเดอร์ชั้นนำของสิงคโปร์ และมีชื่อเสียงเลื่องลือในเรื่องการชงเครื่องดื่มค็อกเทลที่มีสูตรพิเศษไม่เหมือนใคร คุณควรเลือกโต๊ะที่ตั้งอยู่บริเวณระเบียงกลางแจ้ง จะได้จิบเครื่องดื่มไปพร้อมกับชื่นชมทัศนียภาพสวยๆ ของเส้นขอบฟ้าของสิงคโปร์

วันที่ 2: Collectors

ทางแยกของ Orchard Road ในยามค่ำคืน โดยหันหน้าไปทาง ION Orchard และ Tangs
5. ถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road)

สนุกกับกิจกรรมช้อปปิ้งในเมืองที่เต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้ง โดยเริ่มต้นวันที่ย่านซึ่งเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า Orchard Road (ถนนออร์ชาร์ด) ปลุกวิญญาณแฟชั่นนิสต้าในตัวคุณที่ ION Orchard แหล่งรวมแบรนด์ไฮสตรีทสุดหรูและทันสมัย หรือคุณอาจจะชอบแนวฮิปสเตอร์ ก็ลองแวะไปที่ orchardgateway และบูติกที่จำหน่ายเสื้อผ้าแบรนด์ต่างๆ รวมทั้งเครื่องประดับและของตกแต่งบ้าน

พักทานอาหารกลางวันที่แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกของ MUJI ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นคือที่ Plaza Singapura (พลาซ่า สิงกปุรา) นอกเหนือจากเสื้อผ้าและของแต่งบ้าน "Super Normal" แบรนด์อาทิตย์อุทัยแล้ว คุณยังสามารถแวะที่คาเฟ่ &Meal MUJI ที่มีอาหารพิเศษ เช่น ข้าวกล้องอร่อยๆ และมากคุณประโยชน์

Bussorah Mall (บัสโซราห์ มอลล์) ที่ Kampong Glam โดยมีมัสยิดสุลต่านเป็นฉากหลัง
6. Bugis

ขึ้นรถไฟใต้ดินไปที่ Bugis (บูกิส) เพื่อสัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งอีกแบบที่แตกต่างออกไป นั่นคือการเลือกซื้อสินค้าจากร้านทั่วไปที่ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า ย่าน Kampong Glam (กัมโปงกลาม) เต็มไปด้วยร้านขายของของชาวมุสลิม ร้านบูติกสไตล์ฮิป ร้านขายของชำแบบดั้งเดิมและร้านขายผ้าที่คุณสามารถสั่งตัดส่าหรีหรือบาจูกุรุง ชุดพื้นเมืองของชาวอินเดียและชาวมาเลย์ตามลำดับ

แวะไปที่ร้าน Sup Clothing บนตรอก Haji Lane (ฮาจิเลน) ที่นี่คุณจะพบแฟชั่นเสื้อผ้าแนวสตรีทแบบลิมิเต็ด เอดิชั่น ซึ่งมีตั้งแต่หมวกแก๊ป Snapback ไปจนถึงเสื้อยอด Graphic Tees ของเหล่านี้ส่วนใหญ่ออกแบบโดยบรรดาศิลปินชื่อดัง รวมถึง Mark Ong นักออกแบบชาวสิงคโปร์ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ ในชื่อที่หลายคนรู้จักกันคือ "SBTG" และเขาได้ทุ่มเทสร้างสรรค์คอลเลคชั่นภายใต้แบรนด์ของตนเอง

ส่วนอาหารค่ำ คุณสามารถจะอิ่มอร่อยแบบเลิศหรูที่ร้าน Mamanda (มามันดา) ร้านนี้ตั้งอยู่ภายในเขตพระราชวังเก่าของสุลต่าน (กษัตริย์หรือเจ้าครองนครที่เป็นชาวมุสลิม) เป็นภัตตาคารระดับหรูที่เสิร์ฟอาหารมาเลย์รสชาติต้นตำรับ ภายในภัตตาคารที่ตกแต่งอย่างดงามหรูหรา

วันที่ 3: Explorers

7. The Roti Prata House

ก่อนจะไปเที่ยวชมสวนสาธารณะ MacRitchie Reservoir Park คุณน่าจะแวะไปที่ Roti Prata House บนถนน Upper Thomson เพื่อลองลิ้มอาหารเช้าแสนอร่อยคือโรตีปราตา (แผ่นแป้งแบนๆ ของอินเดียใต้) กับแกงเผ็ด เพื่อเติมพลังความกระปรี้กระเปร่า

Subaraj Rajathurai กับกลุ่มท่องเที่ยวเชิงนิเวศในเส้นทาง MacRitchie TreeTop
8. MacRitchie Reservoir

ตอนนี้คุณก็พร้อมจะเดินเที่ยวภายในสวน MacRitchie Reservoir Park แล้ว ใช้เวลาตลอดช่วงเช้าเที่ยวชมป่าเขตร้อนที่เขียวชอุ่ม และเป็นแหล่งรวมพันธุ์ไม้และสัตว์นานาชนิด เช่น ลิงแม็กแคกหางยาว และตัวลีเมอร์บินได้

เที่ยวชมธรรมชาติบน Henderson Waves
9. The Southern Ridges

หลังจากเดินเที่ยวทั่วเขตอนุรักษ์ธรรมชาติแล้ว ให้นั่งรถไฟฟ้า MRT จากสถานี Marymount มาที่สถานี Telok Blangah ที่นี่คุณจะพบกับ Southern Ridges (สะพานเซาท์เทิร์น ริดจ์ส) ที่น่าตื่นเต้น ทางเดินยาว 10 กิโลเมตรนี้จะพาคุณลัดเลาะผ่านสวนสาธารณะ 3 แห่ง และเขตอนุรักษ์ธรรมชาติหนึ่งแห่ง สายตาเหยี่ยวของคุณจะมองเห็นสะพาน Henderson Waves (สะพานเฮนเดอสัน เวฟ) ที่มีเอกลักษณ์ซึ่งสูงถึง 36 เมตรสำหรับให้ผู้คนเดินข้าม โดยเป็นทางออกสำหรับการก่อสร้างสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในการเที่ยวชมโดยไม่ทำลายสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ

บนสะพานที่ยกสูงนี้ซึ่งลัดเลาะไปตามแนวทิวไม้ คุณอาจได้พบเห็นบรรดาผู้รักธรรมชาติและนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่มาเดินป่า หากคุณสนใจไกด์นำเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เขาก็คือชายเคราขาวร่างใหญ่ที่ชื่อว่า Subaraj Rajathurai ผู้เป็นที่ปรึกษาด้านสัตว์ป่าและเป็นคนตั้งชื่อ Southern Ridges รวมทั้งเป็นผู้นำทัวร์ในเขตพื้นที่นี้เป็นบางครั้ง

10. Mount Faber Park

จากนั้นไปตามเส้นทางทิศตะวันออกจาก Southern Ridges ผ่านไปยังสวนสาธารณะ Mount Faber Park และไปที่ Faber Peak Singapore จากที่นั่น คุณสามารถขึ้นกระเช้าไฟฟ้าไปที่เกาะ Sentosa (เซ็นโตซ่า) แต่ก่อนอื่น ควรแวะรับประทานอาหารค่ำที่ร้าน Spuds & Aprons ร้านอาหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขา Mount Faber (เมาท์เฟเบอร์) คุณจึงสามารถชื่นชมกับทัศนียภาพอันสวยงามโดยไม่มีอะไรมาบดบัง

วันที่ 4: Action Seekers

Fandi Ahmad กำลังสอนฟุตบอลให้ทีมเยาวชนที่ National Stadium
11. Singapore Sports Hub

สิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีสุขภาพดีที่สุดในเอเชีย ตามงานวิจัยของ Bloomberg นั้นเป็นเพราะผู้คนจำนวนมากหลงใหลคลั่งไคล้การเล่นกีฬา คงไม่มีที่ไหนอีกแล้วที่จะเป็นข้อพิสูจน์ในเรื่องนี้ได้ดีไปกว่า Singapore Sports Hub (ศูนย์กีฬาสิงคโปร์) ที่นี่คุณสามารถใช้ชีวิตตามความฝันของนักกีฬา เพราะมีสถานที่ให้เล่นกีฬาหลากหลายชนิด อาทิ กีฬาทางน้ำที่ Water Sports Centre และการโต้คลื่นที่ Splash-N-Surf

อัญมณีแห่งศูนย์กีฬาคือ National Stadium (สนามกีฬาแห่งชาติ) สนามกีฬาที่ทันสมัยนี้เป็นที่ตั้งของ Lions ทีมฟุตบอลแห่งชาติของสิงคโปร์ และเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาอันยิ่งใหญ่มาหลายครั้งแล้วโดยจัดขึ้นในเวลากลางคืน คุณน่าจะแวะไปที่ Singapore Sports Museum (พิพิธภัณฑ์กีฬาของสิงคโปร์) ซึ่งจะช่วยฟื้นความทรงจำที่น่าประทับใจเกี่ยวกับนักกีฬาผู้ยิ่งใหญ่ของเราให้มาเต้นเร่าเบื้องหน้าคุณอีกครั้ง ในบรรดางานที่จัดแสดง แน่นอนว่าคุณจะพบเห็นส่วนที่อุทิศให้แก่ Fandi Ahmad Fandi เป็นนักฟุตบอลชาวสิงคโปร์ที่มีชื่อเสียงที่สุด โดยเล่นให้แก่สโมสรฟุตบอลโครนิงเกน (Groningen) ของเอเรอดีวีซี (Eredivisie) และปัจจุบันเป็นโค้ชให้ทีมเยาวชนแห่งชาติ Irfan บุตรชายของเขาเป็นนักเตะที่มีอนาคตไกล

ผัดหมี่ฮกเกี้ยนกุ้ง
12. Old Airport Road Food Centre

ที่ศูนย์อาหาร Old Airport Road Food Centre ที่เป็นตำนาน คุณไม่ควรพลาดที่จะแวะชิมอาหารรสเด็ด ลองสั่งอาหารพิเศษ เช่น โละหมี่ (เส้นหมี่เหลืองผัดใส่น้ำซุปที่คล้ายน้ำราดหน้า) หรือ ผัดหมี่ฮกเกี้ยนกุ้ง และไปนั่งรับประทานร่วมกับบรรดาคนสิงคโปร์ที่ชอบแวะทานอาหารที่ศูนย์อาหาร (ฮอว์กเกอร์ เซ็นเตอร์)

ผนังหินที่ออกแบบสำหรับนักปีนเขาระดับแอดวานซ์ที่ Onsight Climbing Gym
13. Onsight Climbing Gym

เผาผลาญแคลอรี่ที่ Onsight Climbing Gym สถานออกกำลังกายด้วยกิจกรรมปีนเขาในร่มที่ใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ ลองท้าทายแรงโน้มถ่วงด้วยการไต่ผนังและปีนไปตามเส้นทางต่างๆ จากง่ายไปหายาก นอกจากกิจกรรมปีนเขาแบบสบายๆ ที่เด็กเล็กๆ แค่ห้าขวบก็ลองเล่นได้ คุณยังสามารถท้าทายสมรรถภาพร่างกายไปกับกีฬาแบบเอ็กซ์ตรีมที่ออกแบบเป็นหลักสูตรแบบมีใบรับรองให้ทั้งการปีนเขาและไต่หน้าผา

หญิงสาวกระโดดจาก AJ Hackett ที่ระดับความสูงปานกลางของเกาะ Sentosa และมองเห็นวิว Siloso Beach (ชายหาดซิโลโซ)
14. Sentosa

คุณสามารถสนุกกับกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นเร้าใจมากมาย โดยเรียกรถแท็กซี่ไปเที่ยวเกาะ Sentosa ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมกระตุ้นต่อมอะดรีนาลิน คุณอาจจะโหนซิปไลน์ยาว 450 เมตรที่ Mega Adventure Park – Singapore หรือกระโดดลงจากแท่นบันจี้จัมพ์ AJ Hackett หรือขับรถซิ่งลงมาตามเส้นทาง Skyline Luge ก็ได้ นอกจากนี้ ยังมี iFly Singapore บนเกาะมหาสนุกแห่งนี้ด้วย กิจกรรมฝึกดิ่งพสุธานี้จะพาคุณไปลองเป็น "นักดิ่งพสุธาในร่ม" แบบ Kyra Poh สาวน้อยวัย 14 ชาวสิงคโปร์ที่ได้รับฉายาว่าเป็น "มนุษย์เหินฟ้าที่เร็วที่สุดในโลก"

พักผ่อนให้หายตื่นเต้นในช่วงมื้อค่ำที่ Tanjong Beach Club ร้านอาหารและบาร์ที่นั่งสบายนี้อยู่ติดชายทะเล ทำให้คุณมองเห็นวิวช่องแคบเกาะสิงคโปร์ และถ้าคุณมาที่นี่ในช่วงกลางวน ก็จะเห็นผู้คนหลายสิบคนกำลังเล่นวอลเลย์บอลชายหาดกัน

วันที่ 5: Socialisers

ศูนย์อาหาร Lau Pa Sat ที่ย่านธุรกิจใจกลางเมือง
15. Lau Pa Sat

เราเป็นเมืองที่ผสานรวมผู้คนหลากหลาย ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติ วัฒนธรรม หรือประกอบอาชีพใด คุณคงเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้ถ้าลองแวะไปที่ Lau Pa Sat (ศูนย์อาหารนานาชาติเหล่าปาสัท) ซึ่งเป็นศูนย์อาหาร (ฮอว์กเกอร์ เซ็นเตอร์) ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ ที่นี่เป็นศูนย์รวมของผู้คนทุกสาขาอาชีพและทุกชนชั้น ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานออฟฟิศไปจนถึงพนักงานบริการของบริษัทหรือโรงแรม เพราะพวกเขาจะมาเข้าคิวซื้ออาหารเช้า เช่น โรตีปราตา และขนมปังปิ้ง คายา (สังขยา)

คุณตานั่งโขกหมากรุกจีนกันที่สมาคม
16. Chinatown

มุ่งไปทางทิศตะวันตกสู่ย่าน Chinatown (ไชน่าทาวน์) และแวะทานอาหารกลางวันที่ 1KS คาเฟ่แห่งนี้เสิร์ฟสลัดกูร์เมต์และแซนด์วิช แต่คุณจะพบเห็นคนสิงคโปร์ที่เป็นชาวชุมชนในแถบนั้นที่มักแวะมาทานอาหารที่นี่

จากทางเข้า 1KS ถ้าเดินเลี้ยวซ้ายไปตาม Keong Saik Road (ถนนค็องเซก) ในที่สุดคุณก็จะไปถึงกลุ่มอาคารที่ใช้ประโยชน์อย่างหลากหลาย พื้นที่สาธารณะหลายแห่งที่นี่ จะมีคนสิงคโปร์วัยอาวุโสมาล้อมวงกันเล่นหมากรุก บางคนก็นั่งดูนั่งลุ้นกัน โดยมีทั้งหมากรุกจีนและหมากฮอส บรรยากาศการแข่งขันแบบเป็นมิตรนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ และน่าสนุกอย่างยิ่ง ถ้าคุณคิดจะลงเล่นด้วย ก็อย่าลืมว่า คุณลุงคุณตาเหล่านี้เก่งมากเชียวล่ะ

เครื่องดื่มค็อกเทลขึ้นชื่อของ Native
17. Native

พอตกค่ำ บรรยากาศของย่าน Chinatown และย่านธุรกิจใจกลางเมืองจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง บาร์ค็อกเทลและร้านอาหารที่ทันสมัยจะแปลงโฉมพื้นที่ย่านนี้ให้เป็นสวรรค์ของผู้ที่ชอบพบปะสังสรรค์กับผู้อื่น และหนึ่งในสถานที่ดีที่สุดที่คุณไม่ควรพลาดก็คือ Native หนึ่งใน 50 บาร์ค็อกเทลชั้นนำติดอันดับของโลก Vijay Mudaliar ผู้เป็นเจ้าของเป็นผู้ที่เชื่อมั่นในการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น กล่าวคือ เขาถึงกับลองใช้ส่วนผสมต่างๆ สำหรับเครื่องดื่มของเขา รวมถึงเชื้อราชนิดพิเศษที่ได้จากรังมด 

ในขณะที่คุณท่องเที่ยวยามราตรีไปในย่านนี้ ในที่สุดคุณจะพบว่าคุณต้องใช้เวลาอีกหนึ่งวันเต็มๆ ในการท่องเที่ยวในย่าน Chinatown ซึ่งเป็นบริเวณสุดเขตพื้นที่ของย่านธุรกิจใจกลางเมือง ดังนั้นคุณจึงเข้าใจว่าเหตุใด Nathan Hartono นักร้องและนักแสดงชาวสิงคโปร์จึงกล่าวว่าย่านนี้เป็นย่านโปรดของเขาในสิงคโปร์ เนื่องจากมีเสน่ห์ความเก่าและความใหม่ ความทันสมัยและมรดกสืบทอดที่มาผสมผสานกันอย่างลงตัว

วันที่ 6: Foodies

ก๋วยเตี๋ยวผัดของสิงคโปร์
18. Tiong Bahru Market and Food Centre

คุณคงทราบดีถึงชื่อเสียงของสิงคโปร์ในฐานะเมืองอาหาร และได้เห็นภาพอาหารอร่อยๆ น่ารับประทานมากมายของสิงคโปร์ เชิญลิ้มลองอาหารได้อย่างจุใจและเท่าที่ท้องของคุณจะรับไหว โดยเริ่มจาก Tiong Bahru Market & Food Centre (ตลาดและศูนย์อาหารเตียง บาห์รู) หนึ่งในศูนย์อาหารที่ดีที่สุดของเรา

หากต้องการทานมื้อเช้าเบาๆ ลองชิมขนมจุ๋ยก้วย ตัวขนมถ้วยขาวๆ ทำมาจากแป้งข้าวเจ้าผสมน้ำ นึ่งให้สุก และราดด้วยหัวไชโป๊ผัด ทานกับซอสพริก ให้รสชาติเข้มข้นลงตัวสุดๆ จนคุณต้องกวาดให้เกลี้ยงจาน คุณจะเห็นคนสิงคโปร์วัยอาวุโสมาทานมื้อเช้าที่นี่เช่นกัน พร้อมกับอ่านหนังสือพิมพ์ไปด้วย และอย่าพลาดเดินชมตลาดที่นี่ ซึ่งคึกคักจอแจไปด้วยเสียงตะโกนขายของของบรรดาพ่อค้าเนื้อ คนขายปลา และคนขายอาหารอื่นๆ และที่นี่เป็นแหล่งซื้อวัตถุดิบอาหารสดของคนสิงคโปร์

ลองใช้เวลาช่วงเช้าในการเดินเที่ยวย่าน Tiong Bahru ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมหลากหลาย และตึกแถวเก่าแก่แบบต่างๆ แฟลตของการเคหะที่สร้างมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ รวมถึงงานจิตรกรรมฝาผนังแบบร่วมสมัยที่ดึงดูดสายตา

19. Nylon Coffee Roasters

เดินไปทางตะวันออกเฉียงใต้จนไปถึงสวนสาธารณะ Everton Park ซึ่งเป็นย่านพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจเพราะมีคาเฟ่และร้านอาหารต่างๆ มากมาย มีร้าน Nylon Coffee Roasters ที่ขายอุปกรณ์ชงกาแฟและวัตถุดิบต่างๆ มากมาย และทำให้คุณสามารถจะเป็น (หรือพยายามเป็น) บาริสต้าได้ที่บ้าน ร้านขนม Ji Xiang Confectionary ก็ตั้งอยู่ในย่านนี้ และมีชื่อเสียงด้านขนมอังกู๊ กูเอห์ (ขนมเต่า) ทำเอง ขนมสีแดงนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะทานคู่กับชาร้อนๆ ขนมที่ด้านนอกเป็นแป้งข้าวจ้าวสีแดงนี้ ยัดไส้ถั่วทอง ถั่วเขียว หรือถั่วแดง

รูปปั้นพ่อกับลูกหน้า Peranakan Museum
20. พิพิธภัณฑ์เปอรานากัน (Peranakan Museum)

สวนสาธารณะ Everton Park อยู่ห่างจาก Peranakan Museum (พิพิธภัณฑ์เปอรานากัน) ไม่ไกลโดยสามารถนั่งรถประจำทางไปเพียงไม่กี่ป้าย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของชาวเปอรานากัน (ชาวจีนช่องแคบที่มีเชื้อสายมลายู/อินโดนีเซีย) พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ในชุมชนชาวเปอรานากัน ที่มีชื่อเสียงเรื่องการทำอาหาร และพิพิธภัณฑ์นี้เน้นที่การนำเสนอประวัติศาสตร์ อิทธิพล และวิวัฒนาการของอาหารเปอรานากัน อย่าลืมนำกล้องถ่ายรูปมาด้วยเพื่อบันทึกประสบการณ์ของอาหารหลากหลายชนิดและครัวของชาวเปอรานากันที่เก่าแก่หลายทศวรรษมาแล้ว

อาหารเปอรานากันจากภัตตาคาร Candlenut ที่ได้ดาวมิชลิน
21. Candlenut

หลังจากที่ได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาของชาวเปอรานากันแล้ว ลองสมมติตัวเป็นชาวเปอรานากันในสิงคโปร์ด้วยการแวะทานอาหารมื้อค่ำที่ร้าน Candlenut ภัตตาคารสุดหรูนี้สร้างขึ้นโดย Malcolm Lee เจ้าของที่เป็นเชฟของทางร้านด้วย โดยได้เรียนรู้การทำอาหารมาจากคุณย่าของเขา และสามารถคว้ารางวัลระดับสากล รวมทั้งภัตตาคารของเขายังได้ดาวมิชลินอีกด้วย

สิ่งอื่นๆ

ที่น่าลอง