แน่นอนว่าสิงคโปร์เป็นเหมือนสวรรค์ของนักชิม: ด้วยกว่า 50 ร้านอาหารที่ได้รับรางวัล Michelin Bib Gourmand และอีก 39 แห่งที่ได้รับดาวมิชลินในปี 2018 แน่นอนว่าจำนวนร้านอาหารที่มีคุณภาพในเมืองอันอบอุ่นแห่งนี้ ดูเหมือนจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนไม่มีที่สิ้นสุด จึงนำมาสู่คำถามที่ว่า เราจะเริ่มต้นที่ไหนดี

ไม่ว่าคุณจะมาจากเมืองลียงหรือลี่เจียง คุณคงต้องการจะเสาะหาอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ ที่จะช่วยขยายโลกทัศน์ในเรื่องอาหารของคุณ กระตุ้นต่อมรับรส และสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม

จากอาหารสุดโปรดต้นตำรับสู่การนำอาหารคลาสสิกมาตีความใหม่อย่างกล้าหาญ หรือที่เรียกกันว่าอาหารสิงคโปร์สมัยใหม่ (Mod-Sin) ต่อไปนี้คือโฉมหน้าของอัญมณีแห่งอาหาร ที่ซ่อนอยู่ในเมืองสิงโตแห่งนี้

วัฒนธรรมท้องถิ่นบนจานอาหาร

เริ่มต้นจากมรดกตกทอดลูกผสมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของภูมิภาคนี้ นั่นคือ อาหารเปอรานากัน* ที่เป็นส่วนผสมระหว่างวัตถุดิบของจีน และเครื่องเทศหลากหลายที่มีความโดดเด่น ผสานเข้ากับเทคนิคการปรุงอาหารแบบชุมชนชาวมาเลย์ และสัญลักษณ์ของการหลอมรวมทางวัฒนธรรมชาติพันธุ์ของสิงคโปร์


อาหารหวานที่ Candlenut ถ่ายภาพโดย guide.michelin.com

หากต้องการเรียนรู้ว่าประเพณีและความคิดริเริ่มผสานเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นรูปแบบใหม่ๆ ได้อย่างไร ลองแวะไปที่ร้าน Candlenut ภายใต้การบริหารจัดการของ Malcolm Lee เชฟและเจ้าของร้าน Candlenut ทำให้ร้านนี้เป็นร้านอาหารเปอรานากันแห่งแรกและแห่งเดียวในโลกที่ได้รับดาวมิชลิน ที่นี่เสิร์ฟอาหารแปลกใหม่ที่ทั้งทันสมัยและสืบทอดรสชาติดั้งเดิมแบบเปอรานากัน ซึ่งได้แก่ ไอศกรีม บวค กลูวะก์ (ถั่วดำที่เป็นพืชท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) และเร็นดังเนื้อวากิว Westholme  (แกงเผ็ดเนื้อ)


ภาพมุมกว้างของ ถ่ายภาพโดย guide.michelin.com

หรือคุณอาจจะแวะไปเยี่ยมร้านอาหารที่ได้รับรางวัล Michelin Bib Gourmand ที่ชื่อ True Blue Cuisine ซึ่งเสิร์ฟอาหารเปอรานากันตามสูตรดั้งเดิม ร้านนี้ตั้งอยู่ใน Peranakan Museum (พิพิธภัณฑ์เปอรานากัน) บนถนน Amoy และเสิร์ฟอาหารเปอรานากันแท้ๆ (โดยไม่ใส่เนื้อหมูหรือไม่ใช้มันหมู) มาตั้งแต่ปี 2003 Benjamin Seck ที่เป็นทั้งเชฟและเจ้าของร้านได้เริ่มเปิดร้าน True Blue Cuisine ด้วยความช่วยเหลือของแม่ของเขาเอง และเสิร์ฟอาหารเปอรานากันสูตรต้นตำรับ เช่น โหงห์ เฮียง (หมูจ๊อ ไก่จ๊อ) และ อูดัง เคตัก (กุ้งเครย์ฟิชผัดเผ็ด)

ด้วยการตกแต่งร้านแบบดั้งเดิม การประดับประดาด้วยของเก่าล้ำค่า และกลิ่นหอมจรุงของบุหงารำไป (กลีบดอกไม้แห้ง) จึงมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับทุกประสาทสัมผัสของผู้รักการชิมอาหารอย่างแน่นอน

*คำนี้เป็นภาษาอินโดนีเซีย/มาเลย์ หมายถึง "เกิดในท้องถิ่น" โดยทั่วไปหมายถึงชาวจีนที่มีเชื้อสายมลายู/อินโดนีเซีย

Candlenut 17A Dempsey Road สิงคโปร์ 249676 1800 304 2288 (โทรติดต่อได้ในประเทศเท่านั้น)
จันทร์-พฤหัสบดี, อาทิตย์ เวลา 12.00-15.00 น. และ 18.00-22.00 น., ศุกร์ & เสาร์ เวลา 12.00-15.00 น. และ 18.00-23.00 น.

True Blue Cuisine. 47/49 Armenian Street สิงคโปร์ 179937 +65 6440 0449
จันทร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-14.30 น. และ 17.30-21.30 น.


อาหารอร่อยๆ ในบรรยากาศท้องถิ่น

ด้วยศูนย์อาหารหลายแห่งที่เสิร์ฟอาหารท้องถิ่น จึงทำให้สิงคโปร์เป็นแหล่งรวมอาหารอร่อยระดับดาวมิชลินในราคาที่ถูกที่สุดในโลก โดยหลายร้านจะตั้งอยู่ในย่านเก่าแก่ของสิงคโปร์ เช่น ถนนอันวุ่นวายจอแจของ Chinatown (ไชน่าทาวน์) ไปจนถึง Little India (ลิตเติ้ลอินเดีย) ที่มีสีสัน


อาหารอร่อยๆ ที่ร้าน Liao Fan Hong Kong Soya Sauce Chicken Rice & Noodle ถ่ายภาพโดย guide.michelin.com

หากต้องการชิมอาหารริมทางอร่อยๆ รสชาติต้นตำรับของสิงคโปร์ ลองแวะไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ซีอิ๊ว Liao Fan Hong Kong Soya Sauce Chicken Rice & Noodle ร้านนี้เป็นแหล่งรวมอาหารอร่อยๆ ระดับดาวมิชลินที่ขายในราคาถูกมาก โดยมีข้าวมันไก่ซีอิ๊วเป็นตัวชูโรง เชฟ Chan Hong Meng ยังนำเสนออาหารจีนต้นตำรับอื่นๆ เช่น ข้าวหมูอบ และ หอฟั่น (ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่) ซี่โครงหมู


แกงหัวปลาที่ร้าน Muthu's Curry ถ่ายภาพโดย guide.michelin.com

บรรดาผู้หลงใหลเครื่องเทศและรักการชิมอาหารที่ต้องการจะเติมความเผ็ดร้อนให้กับการผจญภัยทางอาหารของคุณ ควรแวะไปที่ย่าน Little India ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และลองชิมแกงหัวปลารสจัดจ้านได้ที่ Muthu’s Curry อาหารหลักของท้องถิ่นนี้ทำขึ้นตามสูตรเฉพาะที่สร้างสรรค์โดย Mr. Muthu ผู้ก่อตั้งร้านนี้ และยังคงเป็นร้านยอดนิยมที่สานต่อโดยบุตรชายของเขา


ร้านกะหรี่ปั๊บ J2 Famous Crispy Curry Puff ถ่ายภาพโดย guide.michelin.com

หากต้องการลิ้มลองอาหารว่างที่ได้รับการยกย่องจากมิชลินซึ่งพกพาไปทานได้ในขณะเดินทาง ลองชิมกะหรี่ปั๊บที่ได้รับอิทธิพลจากขนมอบของ British Cornish หรือขนมเอมพานาดาของโปรตุเกส และซาโมซ่าของอินเดีย ร้านกะหรี่ปั๊บ J2 Famous Crispy Curry Puff แห่งนี้ได้รับรางวัล Michelin Bib Gourmand โดยมีทั้งสูตรต้นตำรับ (ไส้ไก่กับมันฝรั่งผัดผงกะหรี่) และไส้ที่นำมาปรับให้ทันสมัย เช่น ไก่ผัดพริกไทยดำ และซาร์ดีน สำหรับผู้อยากลองค้นหารสชาติใหม่ๆ

Liao Fan Hong Kong Soya Sauce Chicken Rice & Noodle 78 Smith Street สิงคโปร์ 058972 +65 6272 2000
จันทร์-อังคาร, พฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 10.30-20.00 น.

Muthu's Curry 138 Race Course Road #01-01 สิงคโปร์ 218591 +65 6392 1722
ทุกวัน เวลา 10.30-22.30 น.

J2 Famous Crispy Curry Puff at Amoy Street Food Centre 7 Maxwell Road #01-21 สิงคโปร์ 069111 +65 9475 8425
จันทร์-เสาร์ เวลา 8.00-16.00 น.


เติมความมุ่งมั่นตั้งใจ: เชฟชาวสิงคโปร์

แม้ว่าจะมีร้านอาหารท้องถิ่นรสชาติต้นตำรับหลายแห่งในสิงคโปร์ แต่บรรดาเชฟในเมืองนี้ก็ไม่ได้หยุดยั้งที่จะพัฒนาสูตรอาหารของตน ลองแวะไปที่ร้านอาหารเหล่านี้ เพื่อลิ้มลองรสชาติท้องถิ่น ผสานเข้ากับเทคนิคและส่วนผสมสดใหม่ เพื่อสร้างสรรค์รสชาติดีๆ ในรูปแบบใหม่ๆ


อาหารจานปลาที่เสิร์ฟที่ Corner House ถ่ายภาพโดย guide.michelin.com

ร้าน Corner House ที่ได้รับดาวมิชลินภายใต้การดูแลของ Jason Tan ที่เป็นทั้งเชฟและเจ้าของ ตั้งอยู่ในอาคารแบบบังกาโลในยุคปี 1910 ท่ามกลางความเขียวชอุ่มร่มรื่นของ Singapore Botanic Gardens (สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโก เชฟ Jason หลงรักประสบการณ์ในการทดลองและคิดค้นเมนูอาหารใหม่ๆ ในรูปแบบ “Gastro-botanica” ที่เน้นผักสดและสมุนไพร หลักปรัชญาของเชฟ Jason ในการใช้อาหารเป็นเครื่องเยียวยาแทนยารักษาโรคนั้น มีแรงบันดาลใจมาจากสวนเก่าแก่ และประวัติในด้านพืชสวนของเมืองสิงโตแห่งนี้


ภาพแนวกว้างของอาหารที่เสิร์ฟที่ Labyrinth ถ่ายภาพโดย guide.michelin.com

หากคุณต้องการเห็นอาหารดั้งเดิมของสิงคโปร์ถูกนำมาพลิกแพลงนำเสนอในรูปแบบใหม่ๆ น่าสนใจ ลองแวะไปที่ร้าน Labyrinth แล้วคุณจะทึ่งในรสชาติอาหารอันซับซ้อนที่นำเสนอในรูปแบบที่คาดไม่ถึง Han Li Guang เชฟและเจ้าของร้านระดับดาวมิชลินแห่งนี้มีเมนูใหม่ๆ สำหรับผู้หลงรักอาหารสิงคโปร์รสชาติต้นตำรับเสมอ แต่เขานำเสนอในรูปแบบใหม่ๆ ที่ทันสมัย อย่างเช่น ขนมโรจั๊ก (สลัดผักสดผลไม้โรยถั่วและราดน้ำซอสรสหวานเจือเค็มและเผ็ด) ซึ่งทำจากพืชสมุนไพรกินได้ น้ำผึ้งชันโรง และเต้าฮวยที่ทำจากรังนกแท้

เมนูของ Labyrinth สะท้อนให้เห็นถึงความรักในผลผลิตของสิงคโปร์ของเชฟ Li Guang โดย 80% ของวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหารในร้านนั้นมีที่มาจากฟาร์มท้องถิ่น สวนผลไม้และท้องทะเลของสิงคโปร์

ภายนอกร้าน Corner House ที่ Singapore Botanic Gardens 1 Cluny Road (Nassim Gate Entrance) สิงคโปร์ 259569 +65 6469 1000
อังคาร-ศุกร์ เวลา 12.00-15.00 น. และ 18.30-23.00 น., เสาร์ & อาทิตย์ เวลา 11.30-15.00 น. และ 18.30-23.00 น.

Labyrinth ที่ Esplanade Mall 8 Raffles Avenue #02-23 สิงคโปร์ 039802 +65 6223 4098
อังคาร-ศุกร์ เวลา 12.00-14.30 น. และ 18.30-23.00 น., เสาร์ & อาทิตย์ เวลา 18.30-23.00 น.