แน่นอนว่าสิงคโปร์เป็นเหมือนสวรรค์ของนักชิม: ด้วยร้านอาหารกว่า 58 ร้านอาหารที่ได้รับรางวัล มิชลิน บิ๊บ
กูมองด์
และอีก 44 ร้านที่ได้รับดาวมิชลินในปี 2019 แน่นอนว่าจำนวนร้านอาหารที่มีคุณภาพในเมืองอันอบอุ่นแห่งนี้ ดูเหมือนจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนไม่มีที่สิ้นสุด จึงนำมาสู่คำถามที่ว่า เราจะเริ่มต้นที่ไหนดี

ไม่ว่าคุณจะมาจากเมืองลียงหรือลี่เจียง คุณคงต้องการจะเสาะหาอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ ที่จะช่วยขยายโลกทัศน์ในเรื่องอาหารของคุณ กระตุ้นต่อมรับรส และสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม

จากอาหารสุดโปรดต้นตำรับสู่การนำอาหารคลาสสิกมาตีความใหม่อย่างกล้าหาญ หรือที่เรียกกันว่าอาหารสิงคโปร์สมัยใหม่ (Mod-Sin) ต่อไปนี้คือโฉมหน้าของอัญมณีแห่งอาหาร ที่ซ่อนอยู่ในเมืองสิงโตแห่งนี้

สำหรับร้านอาหารใหม่ที่ได้รับรางวัลในปีนี้จะมีอักษร [N] กำกับเพื่อให้ดูง่าย

วัฒนธรรมท้องถิ่นบนจานอาหาร

เริ่มต้นด้วยอาหารเปอรานากัน* ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุและมีเอกลักษณ์เฉพาะของภูมิภาคนี้ อาหารประเภทนี้มีส่วนผสมระหว่างวัตถุดิบของจีนและเครื่องเทศหลากหลายประเภทผสานเข้ากับเทคนิคการปรุงอาหารแบบชาวมาเลย์ จึงทำให้อาหารเปอรานากันคือสัญลักษณ์ของการหลอมรวมทางวัฒนธรรมชาติพันธุ์ของสิงคโปร์


อาหารเปอรานากันที่ Candlenut ถ่ายภาพโดย guide.michelin.com

หากต้องการเรียนรู้ว่าประเพณีและความคิดริเริ่มผสานเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นรูปแบบใหม่ๆ ได้อย่างไร ลองแวะไปที่ร้าน Candlenut ภายใต้การบริหารจัดการของ Malcolm Lee เชฟและเจ้าของร้าน Candlenut ทำให้ร้านนี้เป็นร้านอาหารเปอรานากันแห่งแรกและแห่งเดียวในโลกที่ได้รับดาวมิชลิน ที่นี่เสิร์ฟอาหารแปลกใหม่ที่ทั้งทันสมัยและสืบทอดรสชาติดั้งเดิมแบบเปอรานากัน ซึ่งได้แก่ ไอศกรีม บวค กลูวะก์ (ถั่วดำที่เป็นพืชท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) และเร็นดังเนื้อวา
กิว Westholme  (แกงเผ็ดเนื้อ)


ภาพมุมใกล้ของ เหงาะเฮียง (หอยจ๊อ) ที่ร้าน True Blue Cuisine ถ่ายภาพโดย guide.michelin.com

หรือคุณอาจจะแวะไปที่ร้าน True Blue Cuisine ที่ได้รับรางวัลมิชลิน บิ๊บกูมองด์ ซึ่งเสิร์ฟอาหารเปอรานากันตามสูตรดั้งเดิม ร้านนี้ตั้งอยู่ใน Peranakan Museum (พิพิธภัณฑ์เปอรานากัน) บนถนน Amoy Street (ถนนอามอยสตรีท) และเสิร์ฟอาหารเปอรานากันแท้ๆ ต้นตำรับ (โดยไม่ใส่เนื้อหมูหรือไม่ใช้มันหมู) มาตั้งแต่ปี 2003 Benjamin Seck ที่เป็นทั้งเชฟและเจ้าของร้านได้เริ่มเปิดร้าน True Blue Cuisine ด้วยความช่วยเหลือของแม่ของเขาเอง และเสิร์ฟอาหาร
เปอรานากันสูตรต้นตำรับ เช่น โหงห์ เฮียง (หมูจ๊อ ไก่จ๊อ) และ อูดัง เคตัก (กุ้งเครย์ฟิชผัดเผ็ด)

ด้วยการตกแต่งร้านแบบดั้งเดิม การประดับประดาด้วยของเก่าล้ำค่า และกลิ่นหอมจรุงของบุหงารำไป (กลีบดอกไม้แห้ง) จึงมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับทุกประสาทสัมผัสของผู้รักการชิมอาหารอย่างแน่นอน

*คำในภาษาอินโดนีเซีย/มาเลย์ที่แปลว่า "เกิดในท้องถิ่น" โดยทั่วไปแล้ว หมายถึงชาวจีนเชื้อสายมลายู/อินโดนีเซีย

Candlenut 17A Dempsey Road สิงคโปร์ 249676 โทร. 1800 304 2288 (โทรภายในสิงคโปร์เท่านั้น)
จันทร์ - พฤหัสบดี, อาทิตย์ เวลาเที่ยง - 15.00 น., 18.00 - 22.00 น., ศุกร์และเสาร์ เวลาเที่ยง - 15.00 น., 18.00 - 23.00 น.

True Blue Cuisine. 47/49 Armenian Street, สิงคโปร์ 179937 +65 6440 0449
ทุกวัน เวลา 11.30 - 14.00 น., 18.00 - 21.00 น.


อาหารอร่อยๆ ในบรรยากาศท้องถิ่น

การมีศูนย์อาหารฮอว์กเกอร์หลายแห่งที่เสิร์ฟอาหารท้องถิ่น จึงทำให้สิงคโปร์เป็นแหล่งรวมอาหารอร่อยระดับดาวมิชลินในราคาที่ถูกที่สุดในโลก โดยหลายร้านตั้งอยู่ในย่านเก่าแก่ของสิงคโปร์ เช่น ย่าน Chinatown (ไชน่าทาวน์) ที่คึกคักไปจนถึงย่าน Little India (ลิตเติ้ลอินเดีย) ที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา


เถ้าแก่ Chan กำลังเตรียมข้าวหน้าไก่ ถ่ายภาพโดย guide.michelin.com

หากต้องการชิมอาหารริมทางอร่อยๆ รสชาติต้นตำรับของสิงคโปร์ ลองแวะไปที่ร้าน Liao Fan Hong Kong Soya Sauce Chicken Rice & Noodle ร้านนี้เป็นแหล่งรวมอาหารอร่อยๆ ระดับดาวมิชลินที่ขายในราคาถูกมาก โดยมีข้าวหน้าไก่ต้มซีอิ๊วเป็นตัวชูโรง เชฟ Chan Hong Meng ยังนำเสนออาหารจีนต้นตำรับอื่นๆ เช่น ข้าวหมูอบและ เหอเฟิ่น (ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่) ซี่โครงหมูอบ


แกงหัวปลาที่ร้าน Muthus Curry ถ่ายภาพโดย guide.michelin.com

บรรดาผู้หลงใหลเครื่องเทศและรักการชิมอาหารที่ต้องการจะเติมความเผ็ดร้อนให้กับการผจญภัยทางอาหารของคุณ ควรแวะไปที่ย่าน Little India ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และลองชิมแกงหัวปลารสจัดจ้านได้ที่ Muthu’s Curry อาหารหลักของท้องถิ่นนี้ทำขึ้นตามสูตรเฉพาะที่สร้างสรรค์โดย Mr. Muthu ผู้ก่อตั้งร้านนี้ และยังคงเป็นร้านยอดนิยมที่สานต่อโดยบุตรชายของเขา


กะหรี่พัฟที่มีชื่อเสียงของร้าน j2 ถ่ายภาพโดย guide.michelin.com

หากต้องการลิ้มลองอาหารว่างที่ได้รับการยกย่องจากมิชลินซึ่งพกพาไปทานได้ในขณะเดินทาง ลองชิมกะหรี่ปั๊บที่ได้รับอิทธิพลจากขนมอบของ British Cornish หรือขนมเอมพานาดา (คล้ายกับกะหรี่ปั๊บ) ของโปรตุเกส และซาโมซ่าของอินเดีย ร้านกะหรี่ปั๊บ J2 Famous Crispy Curry Puff แห่งนี้ได้รับรางวัล Michelin Bib Gourmand โดยมีทั้งสูตรต้นตำรับ (ไส้ไก่กับมันฝรั่งผัดผงกะหรี่) และไส้ที่นำมาปรับให้ทันสมัย เช่น ไก่ผัดพริกไทยดำ และซาร์ดีน สำหรับผู้อยากลองค้นหารสชาติใหม่ๆ


อาหารหลากหลายเมนูที่ร้าน Hjh Maimunah

ถ้าคุณมารับประทานอาหารเป็นกลุ่มใหญ่ คุณน่าจะแวะไปที่ร้าน Hjh Maimunah [N] ร้านที่เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคนแห่งนี้มีอาหารมาเลย์กว่า 40 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจอาหารท้องถิ่น และสัมผัสบรรยากาศแบบท้องถิ่น อย่าลืมสั่งอาหารจานโปรดของคนสิงคโปร์ เช่น เร็นดังเนื้อ (แกงพะแนงเนื้อ) และ ซัมบัล (น้ำพริก) กุ้ง

Liao Fan Hong Kong Soya Sauce Chicken Rice & Noodle ที่ Chinatown Complex Market & Food Centre 78 Smith Street, Singapore 058972 +65 6272 2000
จันทร์ - อังคาร, พฤหัสบดี - อาทิตย์ เวลา 10.30 - 20.00 น.

Muthu's Curry 138 Race Course Road #01-01, Singapore 218591 +65 6392 1722
ทุกวัน เวลา 10.30 - 22.30 น.

J2 Famous Crispy Curry Puff ที่ Amoy Street Food Centre 7 Maxwell Road #01-21, Singapore 069111 +65 9475 8425
จันทร์ - เสาร์ เวลา 8.00 - 16.00 น.

Hjh Maimunah Restaurant 11 & 15 Jalan Pisang สิงคโปร์ 199078 +65 6297 4294
จันทร์-เสาร์ เวลา 7.00-20.00 น.


ปรุงรสด้วยใจ: เชฟชาวสิงคโปร์

แม้ว่าจะมีร้านอาหารท้องถิ่นรสชาติต้นตำรับหลายแห่งในสิงคโปร์ แต่บรรดาเชฟในเมืองนี้ก็ไม่ได้หยุดยั้งที่จะพัฒนาสูตรอาหารของตน ลองแวะไปที่ร้านอาหารเหล่านี้ เพื่อลิ้มลองรสชาติท้องถิ่น ผสานเข้ากับเทคนิคและส่วนผสมสดใหม่ เพื่อสร้างสรรค์รสชาติดีๆ ในรูปแบบใหม่ๆ


อาหารที่ปรุงขึ้นในแบบ Gastronomy ที่ Corner House ถ่ายภาพโดย guide.michelin.com

ร้าน  Corner House  ที่ได้รับดาวมิชลินภายใต้การดูแลของ Jason Tan ที่เป็นทั้งเชฟและเจ้าของ ตั้งอยู่ในอาคารแบบบังกาโลในยุคปี 1910 ท่ามกลางความเขียวชอุ่มร่มรื่นของ  Singapore Botanic Gardens (สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโก เชฟ Jason หลงรักประสบการณ์ในการทดลองและคิดค้นเมนูอาหารใหม่ๆ ในรูปแบบ “Gastro-botanica” ที่เน้นผักสดและสมุนไพร หลักปรัชญาของเชฟ Jason ในการบำบัดรักษาโรคด้วยอาหารแทนการใช้ยานั้น มีแรงบันดาลใจมาจากสวนที่เป็นมรดกล้ำค่าและประวัติด้านพืชสวนของเมืองสิงโตแห่งนี้


ข้าวไก่อบหม้อดิน “อั้งม้อ” ที่ร้าน Labyrinth

หากคุณต้องการเห็นอาหารดั้งเดิมของสิงคโปร์ถูกนำมาพลิกแพลงนำเสนอในรูปแบบใหม่ๆ น่าสนใจ ลองแวะไปที่ร้าน Labyrinth แล้วคุณจะทึ่งในรสชาติอาหารอันซับซ้อนที่นำเสนอในรูปแบบที่คาดไม่ถึง Han Li Guang เชฟและเจ้าของร้านระดับดาวมิชลินแห่งนี้มีเมนูใหม่ๆ สำหรับผู้หลงรักอาหารสิงคโปร์รสชาติต้นตำรับเสมอ แต่เขานำเสนอในรูปแบบใหม่ๆ ที่ทันสมัย อย่างเช่น ขนมโรจั๊ก (สลัดผักสดผลไม้โรยถั่วและราดน้ำซอสรสหวานเจือเค็มและเผ็ด) ซึ่งทำจากพืชสมุนไพรกินได้ น้ำผึ้งชันโรง และเต้าฮวยที่ทำจากรังนกแท้

เมนูของ Labyrinth สะท้อนให้เห็นถึงความรักในผลผลิตของสิงคโปร์ของเชฟ Li Guang โดย 80% ของวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหารในร้านนั้นมีที่มาจากฟาร์มท้องถิ่น สวนผลไม้และท้องทะเลของสิงคโปร์

ภายนอกร้าน Corner House ที่ Singapore Botanic Gardens 1 Cluny Road (Nassim Gate Entrance), สิงคโปร์ 259569 +65 6469 1000
อังคาร - ศุกร์ เวลาเที่ยง - 15.00 น., 18.30 - 23.00 น., เสาร์และอาทิตย์ เวลา 11.30 - 15.00 น., 18.30 - 23.00 น.

Labyrinth ที่ Esplanade Mall 8 Raffles Avenue #02-23, สิงคโปร์ 039802 +65 6223 4098
อังคาร - ศุกร์ เวลาเที่ยง - 14.30 น., 18.30 - 23.00 น., เสาร์และอาทิตย์ เวลา 18.30 - 23.00 น.