โปรดเปิดใช้งานคุกกี้เพื่อให้เว็บไซต์ของเราเป็นประโยชน์สำหรับคุณมากขึ้นในแต่ละครั้งที่คุณเข้าชม โดยเราจะสามารถจดจำรายละเอียด เช่น ภาษาที่คุณเลือกใช้และอื่น ๆ เพื่อให้ประสบการณ์การเรียกดูของคุณราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตกลง

สิงคโปร์ได้เพิ่มมาตรการรับมือที่เข้มงวดเพื่อป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (2019-nCoV) คลิกที่นี่เพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม การท่องเที่ยวสิงคโปร์ได้ยกระดับมาตรการป้องกันเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของท่าน ท่านสามารถติดต่อเราได้ทาง e-service เพื่อความสะดวกในการติดต่อและไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมายังศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว

วันที่ 1: สัมผัสวัฒนธรรมของชาวเปอรานากัน

ชุดกระโปรงแบบเปอรานากันดั้งเดิมและข้าวของที่จัดแสดงใน Rumah Bebe
1 Joo Chiat/Katong

ช่วงเช้า: Hotel Indigo (โรงแรมอินดิโก)

พักที่โรงแรม Hotel Indigo Singapore Katong โดยคุณจะสะดุดตากับด้านหน้าโรงแรมที่แต่เดิมเป็นสถานีตำรวจ Joo Chiat (จู เชียต) และได้รับการตกแต่งใหม่ โรงแรมแห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวันวาน ด้วยการตกแต่งและภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ได้แรงบันดาลใจจากมรดกทางวัฒนธรรมของย่าน Joo Chiat/Katong (จูเชียต/กาตง) ที่ห้อมล้อมอยู่รายรอบ 

คุณสามารถเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรมที่มีให้สำหรับทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำแบบไร้ขอบบนชั้นดาดฟ้า หรือนอนพักผ่อนริมสระ เลือกห้องพักแบบเชื่อมต่อกัน เพื่อให้มีพื้นที่กว้างขวางสำหรับคนในครอบครัว นอกจากนี้ โรงแรมนี้ยังอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้เก้าอี้รถเข็นและเป็นโรงแรมปลอดบุหรี่อีกด้วย

ช่วงบ่าย: สัมผัสวัฒนธรรมเปอรานากัน

ทำความคุ้นเคยกับมรดกสืบทอดของชาวเปอรานากัน* ในย่านที่มีความเป็นมาเก่าแก่ Joo Chiat และ Katong ลองแวะไปที่ Rumah Bebe คุณจะได้ชมงานฝีมือจากลูกปัด งานเย็บปักถักร้อย ตลอดจนเครื่องประดับสวยๆ สีสันสดใสของชาวเปอรานากัน

จากนั้น แวะชมสถานที่เก่าแก่ล้ำค่าของย่าน Joo Chiat นั่นคือ The Intan บ้านเก่าแก่ที่อนุรักษ์ไว้เพื่อแสดงถึงวัฒนธรรมของชาวเปอรานากัน ลงทะเบียนจองทัวร์ Intan Signature Tea Experience เพื่อจิบชาและเดินสำรวจบ้านเก่าแก่ที่อนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งรับประทานอาหารว่างของชาวเปอรานากันและชิม ขนมกูเอห์ (ขนมหวานขนาดพอดีคำ) สไตล์โฮมเมด ทัวร์จิบชายามบ่ายนี้มีให้บริการตลอดวันและคิดค่าบริการ S$10 ต่อคน สำหรับการเข้าชมแบบเป็นกลุ่มที่มีผู้เข้าร่วม 6 คนขึ้นไป สำรองที่นั่งผ่าน อีเมล หรือโทรศัพท์ (+65 6440 1148)

*คำในภาษาอินโดนีเซีย/มาเลย์ที่แปลว่า "เกิดในท้องถิ่น" โดยทั่วไปแล้ว หมายถึงชาวจีนเชื้อสายมลายู/อินโดนีเซีย

ช่วงเย็น: รับประทานอาหารสูตรต้นตำรับ

สิ้นสุดวันด้วยอาหารอร่อยๆ ที่ร้าน Quentin’s Eurasian Restaurant เพื่อชิม อาหารยูเรเซียสูตรต้นตำรับที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมายังเชฟ Quentin Pereira

หากคุณต้องการชิมอาหารรสจัด ต้องลอง kari debal (แกงกะหรี่รสเผ็ดร้อนแบบยูเรเชียดั้งเดิม เพิ่มรสชาติด้วยถั่วแคนเดิลนัทและน้ำส้มสายชู) อาหารเมนูนี้มีที่มาค่อนข้างจะเรียบง่าย โดยมาจากอาหารเหลือในช่วงเทศกาลคริสต์มาส เช่น แฮมและไส้กรอก และนำมาปรุงให้มีรสจัดด้วยรสชาติที่เผ็ดร้อนและออกเปรี้ยวนิดๆ โดยรสเปรี้ยวนั้นได้มาจากหัวหอม ตะไคร้ ขมิ้นชัน ถั่วแคนเดิลนัท และ ข่า ที่นำมาปรุงรสอย่างลงตัว

วันที่ 2: ชมสวนต่างๆ ของสิงคโปร์

ภายนอกร้าน Corner House ที่ Singapore Botanic Gardens
2 สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens)

ช่วงเช้า/ช่วงบ่าย: เดินเล่นในสวน

เริ่มเช้าวันใหม่ด้วยความแจ่มใสที่ Singapore Botanic Gardens (สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์) แล้วเดินชมพันธุ์ไม้สวยงามในสวนแห่งนี้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นสถานมรดกโลกแห่งแรกของสิงคโปร์โดยองค์การยูเนสโก

แวะปิกนิกแบบครอบครัวที่ทะเลสาบ Symphony Lake (ซิมโฟนี เลค) หรือสนุกกันใน Learning Forest ซึ่งมี Canopy Web หรือเชือกคลุมต้นไม้สูงแปดเมตรที่เด็กๆ สามารถปีนได้ รวมถึงทางเดินลอยฟ้ายาว 260 เมตรเหนือสวนพฤกษศาสตร์ ที่เรียกว่า SPH Walk of Giants

นอกจากนี้ คุณยังสามารถรับประทานอาหารมื้อสายได้ที่ร้านอาหารภายในสวนพฤกษศาสตร์ ซึ่งมีให้เลือกหลายร้าน เช่น Corner House, The Halia หรือ Casa Verde ขณะเดียวกัน Singapore Botanic Gardens ยังมีบริการให้เช่าวีลแชร์และรถเข็นเด็กอีกด้วย

ช่วงเย็น: ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ลองชิมอาหารสไตล์ใหม่ๆ ที่ร้าน Open Farm Community ที่นี่คุณจะได้เห็นการทำฟาร์มในเมืองที่เริ่มแพร่หลายในสิงคโปร์ด้วยตาคุณเอง พร้อมกับสัมผัสแนวคิดจากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร ที่กำลังนิยมในสิงคโปร์

Open Farm Community ปลูกพืชผลในไร่ของทางร้านซึ่งตั้งขึ้นในเมือง (อยู่ข้างร้านอาหาร) และนำผักสดเหล่านี้มาใช้ในการปรุงอาหาร คำแนะนำ: ทางร้านยังมีพื้นที่ขนาดใหญ่กลางแจ้งสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งคุณสามารถเล่นโบว์ลิ่งในสนามหญ้าหรือเล่นปิงปองสักรอบ เพื่อความสนุกสนานของครอบครัว  

วันที่ 3: เรียนรู้และสร้างสรรค์

แสงสีทองยามเย็นบริเวณสระบัวของ ArtScience Museum™
3 Marina Bay

ช่วงเช้า/ช่วงบ่าย: ความรู้คู่ความสนุก

ดื่มด่ำกับงานศิลปะวัฒนธรรมที่ ArtScience Museum™ (พิพิธภัณฑ์ศิลปะวิทยาศาสตร์) และเพลิดเพลินกับนิทรรศการต่างๆ ที่เน้นความสำคัญของศิลปะและวิทยาศาสตร์ งานที่เป็นจุดเด่นของพิพิธภัณฑ์ได้แก่ ไดโนเสาร์, ศิลปิน Andy Warhol, ทะเลลึก และแม้แต่ภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter

ที่นี่ยังมีเวิร์กช็อปและทัวร์พิเศษแบบมีไกด์นำชม เพื่อเที่ยวชมงานนิทรรศการที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในพิพิธภัณฑ์ นับเป็นโอกาสอันดีที่ทั้งครอบครัวจะได้เที่ยวชมและได้รับความรู้ไปพร้อมๆ กัน ขอแนะนำให้คุณมาเที่ยวสิงคโปร์ในช่วงที่มีการจัดงาน Family Fridays ของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเปิดให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีไม่เกิน 4 คนเข้าฟรีหากมาพร้อมกับผู้ใหญ่หนึ่งท่านที่ซื้อบัตรเข้าชม

ช่วงเย็น: ศิลปะและวัฒธรรม

เมื่อถึงเวลาเย็น คุณสามารถเดินข้าม Helix Bridge (สะพานเฮลิกซ์) ไปยัง Esplanade–Theatres on the Bay (เอสพลานาด – เธียเตอร์ส ออน เดอะเบย์) เพื่อชมการแสดงฟรีที่โรงละครกลางแจ้งหรือบริเวณลานกว้าง คุณควรตรวจดูปฏิทินการจัดงานกิจกรรมและซื้อบัตรชมการแสดงอันตระการตา

คุณยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมศิลปะที่ Esplanade ได้ด้วย แทนที่จะเพียงแค่เป็นผู้ชม เพราะที่นี่จัดเวิร์กช็อปที่น่าสนใจและการพูดคุยเสวนาในหัวข้อศิลปะที่คุณสามารถมีส่วนร่วมได้ พาคนในครอบครัวไปเข้าร่วมฝึกงานฝีมือ แล้วนำผลงานศิลปะของคุณเองกลับบ้าน รับรองไม่มีของที่ระลึกในช่วงวันหยุดใดที่ดีไปกว่านี้แล้ว

วันที่ 4: ชม 'อดีต' และ 'ปัจจุบัน' ของย่านเก่าแก่

ภายในวัด Sri Mariamman Temple ย่าน Chinatown
4 Chinatown (ไชน่าทาวน์)

ช่วงเช้า/ช่วงบ่าย: เมื่อประวัติศาสตร์กับความทันสมัยมาบรรจบกัน 

บริเวณทางแยกที่เป็นจุดพบกันระหว่างอดีตกับปัจจุบันในย่าน Chinatown เมื่อมาที่นี่ คุณอาจเลือกแวะร้านกาแฟ (เริ่มด้วยการไปที่ร้าน Nanyang Old Coffee หรือ My Awesome Café) หรือเดินช้อปปิ้ง (Pagoda Street (ถนนปาโกด้า สตรีท) มีของที่ระลึกสวยๆ ในราคาย่อมเยา) หรือเที่ยวชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์และศาสนสถานหลายแห่ง

Chinatown ยังสะท้อนถึงการผสานรวมทางวัฒนธรรมของสิงคโปร์ กล่าวคือ มีศาสนสถานของหลายศาสนาตั้งอยู่ใกล้กัน เช่น Buddha Tooth Relic Temple (วัดพระเขี้ยวแก้ว), Sri Mariamman Temple (วัดศรีมาริอัมมันต์) และ Jamae Mosque (มัสยิดจาเมย์)

ภาพเรือท้องแบนในแม่น้ำสิงคโปร์ยามค่ำคืน
5 Singapore River (แม่น้ำสิงคโปร์)

ช่วงเย็น: ล่องเรือในแม่น้ำและนั่งรถประจำทางชมเมือง

การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในสิงคโปร์จะยังไม่สมบูรณ์ ถ้าคุณไม่ได้ไปเยือน Singapore River (แม่น้ำสิงคโปร์) ปากแม่น้ำสายนี้เคยเป็นท่าเรือในประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ก่อนที่สิงคโปร์จะประกาศอิสรภาพ และเป็นจุดเริ่มต้นของความเจริญรุ่งเรืองของสิงคโปร์จวบจนถึงทุกวันนี้

ล่องเรือในแม่น้ำ ในยามเย็นเพื่อชมวิวอันงดงาม (มีดวงอาทิตย์ตกเป็นฉากหลัง ถ้าคุณไปล่องเรือในเวลาราวหนึ่งทุ่ม) และความคึกคักของชีวิตยามราตรีแบบท้องถิ่นใน Clarke Quay (ท่าเรือคลาร์ก คีย์) และ Boat Quay (ท่าเรือโบ๊ทคีย์) นอกจากนี้ คุณยังสามารถขึ้นรถประจำทางชมเมือง เช่น ทัวร์รถเป็ด (DUCK) และทัวร์รถบัสฮิปโป (HiPPO) ชมเมือง ที่ให้บริการรอบบริเวณดังกล่าว

วันที่ 5: ช้อป ชิม ชิลในเมือง

อาหารที่ Crystal Jade Golden Palace ย่าน Orchard Road
6 Orchard Road (ถนนออร์ชาร์ด)

ช่วงเช้า/ช่วงบ่าย: ช้อปให้จุใจ 

ถ้าคุณมาเพื่อช้อปปิ้ง Orchard Road (ถนนออร์ชาร์ด) คือสถานที่ที่ห้ามพลาด เริ่มต้นที่ Plaza Singapura (พลาซ่า สิงหปุระ) ซึ่งคุณสามารถเลือกซื้อเครื่องกีฬาจากร้านสาขา Adidas, ร้าน DC Comics Superheroes, Cotton On Kids และอื่นๆ มากมาย

แต่ถ้าคุณต้องการผ่อนคลาย ขอแนะนำให้ไปที่ห้อง Family Lounge ที่ชั้น 4 ซึ่งเป็นห้องขนาด 1,000 ตารางฟุตเพื่อพักผ่อนและผ่อนคลาย โดยภายในเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ทีวีที่มีช่องสัญญาณเคเบิล ของเล่น นิตยสาร และเก้าอี้นวดผ่อนคลาย ขณะเดียวกัน ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ยังมีพื้นที่ให้นมบุตรในห้องน้ำบางห้อง รวมทั้งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้รถเข็นด้วย

ช่วงเย็น: สำหรับนักชิมทั้งหลาย

Orchard Road มีอะไรมากไปกว่าการช้อปคลายเครียด หรือลิ้มลองของอร่อยๆ ด้วยการพาครอบครัวไปรับประทานอาหารเย็นที่ ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ในย่านนี้ที่มีให้เลือกหลายร้าน

หากต้องการทานอาหารเอเชีย คุณควรจองโต๊ะที่ Crystal Jade Golden Palace ซึ่งมีอาหารจีนจานใหญ่สูตรต้นตำรับสำหรับครอบครัว เช่น หมูหัน 

วันที่ 6: สนุกสนานร่วมกันทั้งครอบครัวที่ Sentosa

ภาพเงาของเด็กผู้หญิงที่ตู้ปลาของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ S.E.A. Aquarium™ ที่ Resorts World™ Sentosa
7 เกาะเซ็นโตซ่า

ช่วงเช้า/ช่วงบ่าย: เล่นทั้งวัน 

เตรียมครีมกันแดดให้พร้อมแล้วไปที่เกาะ Sentosa ที่มีชายหาดที่เหมาะสำหรับทั้งครอบครัว นั่นคือ Palawan Beach (หาดปาลาวัน) เพื่อเล่นน้ำหรือพักผ่อนอย่างมีความสุขท่ามกลางแสงแดด ถ้าครอบครัวของคุณชอบความตื่นเต้น ขอแนะนำเครื่องเล่นสนุกๆ ที่ Universal Studios Singapore (ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์)

หรือเดินชมสัตว์น้ำใน พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ S.E.A. Aquarium™ แล้วตื่นตาตื่นใจกับฉลามที่ Shark Seas Habitat และปลากระเบนราหูใจดีที่ว่ายโฉบเฉี่ยวไปมาในส่วนของ Open Ocean

ช่วงเย็น: การผ่อนคลายที่คุณคู่ควร

ถ้าเด็กๆ เข้านอนหลังจากทำกิจกรรมจนเหนื่อยล้าแล้ว ได้เวลาที่คุณกับคู่รักควรไปใช้บริการสปาที่ดีที่สุดของเกาะ Sentosa ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่อ่อนล้าที่ Auriga Spa ของโรงแรม The Capella Singapore หรือ AWAY Spa ของโรงแรม W Hotel (สปาทั้งสองแห่งเปิดให้บริการถึงเวลา 22.00 น. ทุกวัน) 

วันที่ 7: ไปล่องเรือ

ภาพถ่ายจากมุมสูงของเรือสำราญที่จอดเทียบท่าอยู่
8 มารีน่า เบย์ ครูซ เซ็นเตอร์ (Marina Bay Cruise Centre)

หลังจากที่ได้เที่ยวชมสิงคโปร์แล้ว คุณอาจลงเรือสำราญที่ Singapore Cruise Centre (สิงคโปร์ ครูซ เซ็นเตอร์) หรือ Marina Bay Cruise Centre (มารีน่า เบย์ ครูซ เซ็นเตอร์) แล้วเที่ยวชมประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

ครูซ เซ็นเตอร์ทั้งสองแห่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย และให้บริการท่องเที่ยวโดยบริษัทชั้นนำ เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่งดงามที่สุดในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ เรือสำราญที่ทันสมัยยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเพื่อความบันเทิง เช่น สระว่ายน้ำบนดาดฟ้า การแสดงสด และแม้แต่ลานน้ำแข็งสำหรับเล่นสเกต ตลอดจนผนังหินสำหรับกิจกรรมปีนหน้าผา

สิ่งอื่นๆ

ที่น่าลอง