โปรดเปิดใช้งานคุกกี้เพื่อให้เว็บไซต์ของเราเป็นประโยชน์สำหรับคุณมากขึ้นในแต่ละครั้งที่คุณเข้าชม โดยเราจะสามารถจดจำรายละเอียด เช่น ภาษาที่คุณเลือกใช้และอื่น ๆ เพื่อให้ประสบการณ์การเรียกดูของคุณราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตกลง

สิงคโปร์ได้เพิ่มมาตรการรับมือที่เข้มงวดเพื่อป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (2019-nCoV) คลิกที่นี่เพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม การท่องเที่ยวสิงคโปร์ได้ยกระดับมาตรการป้องกันเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของท่าน ท่านสามารถติดต่อเราได้ทาง e-service เพื่อความสะดวกในการติดต่อและไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมายังศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว

วันที่ 1: เติมความมีชีวิตชีวาใน Marina Bay (อ่าวมารีน่า)

บรรยากาศภายใน The Shoppes ที่ Marina Bay Sands
1 The Shoppes at Marina Bay Sands

ไม่ว่าคุณจะต้องการใช้ชีวิตเลิศหรูแบบตัวละครในภาพยนตร์เรื่อง Crazy Rich Asian หรือจัดงานเลี้ยงสังสรรค์แบบเซเลบวงการฮอลลีวู้ด หรือรับประทานอาหารอย่างราชา ทริปไปสิงคโปร์ของคุณก็สามารถจะเป็นการสัมผัสชีวิตเลิศหรูได้ไม่ยากเลย

ที่สำคัญ เมืองแห่งความมหัศจรรย์แห่งนี้เป็นแหล่งรวมห้างสรรพสินค้าระดับโลก ร้านอาหารชั้นเลิศ และศูนย์รวมงานศิลปวัฒนธรรมที่น่าชื่นชม

เพื่อสัมผัสกับความหรูหรา อันดับแรกให้คุณแวะไปที่ The Shoppes ที่ Marina Bay Sands® ห้างสรรพสินค้าชั้นนำในบรรยากาศน่าประทับใจ ที่นี่มีแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นไฮเอนด์และแบรนด์ผลิตภัณฑ์หรูหรามากมาย ตั้งแต่ Ermenegildo Zegna ไปจนถึง Hermes

ถ้าคุณต้องการจะทัวร์ชมห้างสรรพสินค้าที่หรูหรามีสไตล์ คุณสามารถลงเรือสำปั้น (เรือไม้ท้องแบน) ที่ล่องไปตามคลองและชมบูติคต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

เชฟกำลังปรุงเทปปันยากิที่ร้าน Waku Ghin
2 Waku Ghin

แม้ว่า Marina Bay Sands® จะเต็มไปด้วยร้านอาหารหรูหราที่มีชื่อเสียง แต่เราขอแนะนำให้คุณแวะไปที่ Waku Ghin เพื่อลิ้มลองอาหารมื้อเย็นที่คุณจะประทับใจไปนาน

ร้านอาหารระดับสองดาวมิชลินนี้ก่อตั้งขึ้นโดยเชฟเท็ตสึยะ วาคุดะ (Tetsuya Wakuda) โดยปรุงอาหารเลิศรสจากวัตถุดิบชั้นเลิศ เช่น คาเวียร์ Ossetra, เนื้อวากิวจากจังหวัดชิงะ และกุ้งโบตันสดหวานจากฮอกไกโด

ด้านใน Sands Theatre
3 The Sands Theatre

หลังจากอิ่มอร่อยกับมือเย็นแล้ว เชิญแวะไปชมการแสดงระดับโลกที่ The Sands Theatre

ผลงานแสดงต่างๆ ที่เคยจัดขึ้นที่เวทีแห่งนี้ ได้แก่ Phantom of the Opera ละครเวทีที่มีชื่อเสียงจากผลงานวรรณกรรมเลื่องชื่อของ Andrew Lloyd Webber และ Les Miserables รวมทั้งการแสดงบัลเลต์โดย Sergei Polunin และการแสดงคอนเสิร์ตโดย Kenny G.

ภาพดีเจในคลับ Lavo
4 Lavo

สิ้นสุดค่ำคืนนี้ด้วยการไปร่วมงานปาร์ตี้ที่จัดขึ้นในชั้นสูงๆ ของโรงแรม (โรงแรมนี้มีถึง 57 ชั้น)

ด้วยวิวทิวทัศน์ที่งดงามของเส้นขอบฟ้าของเมืองและบรรยากาศสนุกสนานมีชีวิตชีวา ทำให้ LAVO เป็นหนึ่งในคลับที่ทันสมัยที่สุดในเมือง

เพลิดเพลินกับเครื่องดื่มค็อกเทลแบบแฮนด์คราฟต์และสนุกกับเพลงเพราะๆ ที่มีดีเจชื่อดังมาเปิดแผ่นแบบสดให้ฟังกันที่บริเวณบาร์กลางแจ้งและเทอร์เรซบนชั้นรูฟท็อป ถ้าคุณรู้สึกหิว คุณอาจสั่งอาหารแนะนำของทางร้าน เช่น Charred Octopus, LAVO Meatball และปิดท้ายด้วยเค้กช็อกโกแลต 20 ชั้น

วันที่ 2: จุดประกายจินตนาการของคุณที่ Civic District

ด้านนอกของ National Gallery
5 National Gallery Singapore (หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์)

ใช้เวลาวันที่สองของการเดินทางเพื่อชื่นชมงานศิลปะระดับโลกที่ที่ National Gallery Singapore (หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์) ซึ่งรวบรวมงานศิลปะชั้นเยี่ยมจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก

National Gallery Singapore ตั้งอยู่ในใจกลางย่าน Civic District (ซีวิค ดิสทริคท์) และเป็นพิพิธภัณฑ์สาธารณะที่รวบรวมผลงานศิลปะของศิลปินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และศิลปินชาวสิงคโปร์ไว้มากที่สุดในโลก โดยจัดแสดงผลงานมากกว่า 9,000 ชิ้น

ก่อนจะเข้าไปด้านใน คุณอาจต้องการใช้เวลาสักครู่เพื่อชื่นชมตัวอาคารที่งดงามและเป็นสัญลักษณ์นี้ กล่าวได้ว่าอาคารหอศิลป์ที่สวยสง่านี้ถือเป็นผลงานศิลปะที่สร้างแรงบันดาลใจด้วยตนเอง โดยครั้งหนึ่งเคยเป็นอาคารศาลฎีกา (Supreme Court) และเป็นศาลาว่าการ (City Hall) ของสิงคโปร์ ผลงานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นนี้เป็นประจักษ์พยานถึงอดีตที่สิงคโปร์เคยเป็นเมืองท่าอาณานิคมภายใต้การปกครองของอังกฤษ

คุณสามารถใช้เวลาเกือบเต็มวันในการชมคอลเลคชั่นผลงานที่จัดแสดงแบบถาวรและงานนิทรรศการชั่วคราว คุณจะมีโอกาสได้ชื่นชมผลงานที่ได้รับรางวัลของช่างภาพ Chua Soo Bin ชาวสิงคโปร์ และสำรวจงานศิลปะหลากหลายแขนงของภูมิภาคนี้ไปกับงานนิทรรศการ Between Declarations And Dreams: Art of Southeast Asia Since The 19th Century

ภาพร้าน National Kitchen by Violet Oon
6 The National Kitchen by Violet Oon

ถ้าคุณรู้สึกหิวในระหว่างที่เดินชมงาน คุณสามารถแวะรับประทานอาหารเปอรานากันต้นตำรับได้ที่ National Kitchen by Violet Oon

ร้านนี้ก่อตั้งขึ้นโดยหนึ่งในเชฟที่มีชื่อเสียงที่สุดของสิงคโปร์ โดยร้านอาหารนี้มีความโดดเด่นในแง่ความรุ่มรวยทางรสชาติและสะท้อนวัฒนธรรมเปอรานากัน* เมื่อเดินเข้าไปในร้าน อย่างแรกที่คุณจะสังเกตเห็นก็คือพัดลมเพดานที่ทำจากหวาย แผ่นกระเบื้องสไตล์เปอรานากันที่มีลวดลายดอกไม้สีสันสดใส และรูปถ่ายขาว-ดำที่ชวนให้นึกถึงอดีต

อาหารที่เสิร์ฟที่นี่เป็นอาหารเปอรานากันต้นตำรับหรือที่เรียกว่า อาหารยอนยา** แต่นำมาจัดจานให้งดงามประณีตด้วยศิลปะด้านอาหารที่ยาวนานกว่าสิบปี อาหารจานโปรดได้แก่ อะยัม บวค กลูวะก์ (ไก่ตุ๋นกับเครื่องแกง) และ เร็นดังเนื้อ (พะแนงเนื้อ)

*คำในภาษาอินโดนีเซีย/มาเลย์ที่แปลว่า "เกิดในท้องถิ่น" ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว หมายถึงชาวจีนเชื้อสายมลายู/อินโดนีเซีย

**อาหารยอนยา หมายถึงอาหาร "ท้องถิ่น" ของชาวเปอรานากัน โดยมีรากฐานมาจากชาวจีนเชื้อสายอินโดนีเซีย/มลายู

วิว Padang และ Esplanade เมื่อมองจาก Aura Sky Lounge
7 Aura Sky Lounge & Bar

เมื่อพระอาทิตย์ตกในย่าน Civic District ของสิงคโปร์ คุณสามารถขึ้นไปเที่ยวที่ชั้นบนของหอศิลป์เพื่อจิบเครื่องดื่มและชมวิวสวยๆ ที่น่าประทับใจ

Aura Sky Lounge & Bar ตั้งอยู่บนชั้นรูฟท็อปของหอศิลป์ และทำให้คุณมองเห็นแสงสีส้มรำไรและผืนน้ำอันงดงามของอ่าวของสิงคโปร์ ซึ่งนับว่าเป็นความสวยงามอีกอย่างหนึ่งเทียบเท่างานศิลปะที่จัดแสดงในอาคารนี้เลยทีเดียว คุณอาจนั่งผ่อนคลายพร้อมกับเครื่องดื่มค็อกเทล Negroni หรือ Gin และชมภาพอาทิตย์ลับฟ้าที่สวยงาม

วันที่ 3: สัมผัสงานศิลปะที่ Esplanade ซึ่งตั้งอยู่ติดริมน้ำ

ภาพมุมสูงของ Esplanade อาคารรูปทรงทุเรียนที่เป็นสัญลักษณ์
8 เอสพลานาด – เธียเตอร์ส ออน เดอะเบย์

Esplanade – Theatres on the Bay (เอสพลานาด – เธียเตอร์ส ออน เดอะเบย์) ไม่ได้เป็นแค่ศูนย์กลางของงานศิลปะการแสดงในสิงคโปร์เท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมนักแสดงละครเวที นักแสดงในแขนงต่างๆ และนักดนตรีอีกด้วย

ด้วยผลงานสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ อาคารหลังนี้จึงได้รับการเรียกขานว่า “ทุเรียน” โดยคนสิงคโปร์ และเป็นสถานที่จัดจัดแสดงงานสำคัญระดับสากลหรือการแสดงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ การแสดงที่ผ่านมาในอดีตที่จัดขึ้นที่นี่ ได้แก่ การแสดงบัลเลต์โพสต์โมเดิร์น Impressing The Czar และการแสดงของนักดนตรีคลาสสิก Wynton Marsalis ที่เป็นนักดนตรีทรัมเปตเพลงแจ๊ซ

นอกจากนี้ ยังมีงานอีเว้นท์ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในพื้นที่แสดงงานศิลปะไดนามิกนี้ อาทิ M1 Singapore Fringe Festival (เทศกาล เอ็มวัน สิงคโปร์ ฟริ้นจ์ เฟสติวัล) และ Singapore International Arts Festival (เทศกาลศิลปะนานาชาติสิงคโปร์) ดังนั้น ครั้งต่อไปที่คุณวางแผนมาเที่ยวสิงคโปร์ โปรดอย่าลืมเช็คตารางเวลาจัดงานอีเว้นท์ที่นี่ด้วย

บรรดาเชฟกำลังจัดเตรียมอาหารขึ้นชื่อของสิงคโปร์ที่ Labyrinth
9 Labyrinth

ถ้าคุณเป็นแฟนอาหารริมทางของเราและต้องการจะลิ้มลองอาหารสิงคโปร์รสชาติต้นตำรับในแบบปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย คุณควรจองโต๊ะสำหรับมื้อกลางวันที่ Labyrinth

ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์แห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของเชฟ Han Li Guang และเสิร์ฟอาหารอร่อยๆ ที่มีลูกเล่นและปรุงขึ้นอย่างประณีต อาหารที่ยกระดับเหล่านี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารริมทางขึ้นชื่อ เช่น ข้าวมันไก่, นาซิเลอมัก (ข้าวมันที่เสิร์ฟคู่กับกับข้าว) และ โรจั๊ก (สลัดผักและผลไม้สดโรยแป้งกรอบชิ้นเล็กและน้ำซอสหวานอมเปรี้ยวและเผ็ดนิดหน่อย) เพื่อให้ผู้มาชิมอาหารได้ลิ้มลองอาหารอร่อยๆ เหล่านี้ในรูปแบบแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร

ด้านในบาร์ Atlas ที่มีลูกค้ามากมาย
10 ATLAS

ใช้เวลายามค่ำเพื่อย้อนอดีตไปกับเพลงแจ๊ซเพราะๆ ในยุค Golden Age of Jazz ที่ ATLAS บาร์หรูหราแห่งนี้ตกแต่งอย่างอลังการโดยนำแนวคิดมาจากนวนิยายชื่อดังของเอฟ สกอตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) และจะพาคุณย้อนอดีตไปสู่ยุคทศวรรษ 1920

นอกเหนือจากการตกแต่งในสไตล์อาร์ต เดโค่ที่งดงามและบริการชั้นเลิศแล้ว Atlas ยังเป็นแหล่งรวมเหล้าจินที่ใหญ่ที่สุดในโลก บรรดาคนรักการดื่มจะได้ลองชิมเหล้าจินรสชาติแปลกใหม่ที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งมีที่มาจากประเทศต่างๆ เช่น เบลเยียม โบลิเวีย และญี่ปุ่น

วันที่ 4: ผ่อนคลายและฟื้นฟูร่างกายที่ Sentosa

ภาพ Capella Resorts
11 Auriga Spa

Sentosa (เกาะเซ็นโตซ่า) เป็นอีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนที่ดีเยี่ยมสมบูรณ์แบบสำหรับนักเดินทาง เพื่อผ่อนคลายและฟื้นฟูความมีชีวิตชีวา

ปรนเปรอตัวคุณเองให้เต็มที่ ด้วยการใช้เวลาเต็มวันเพื่อคลายความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าที่ Auriga Spa ที่ Capella สถานบริการสปาแห่งแรกในสิงคโปร์นี้ได้รับการยกย่องในระดับห้าดาวจาก Forbes Travel Guide มาเป็นเวลา 7 ปีติดต่อกัน โดยขึ้นชื่อในเรื่องการดูแลบำบัดสำหรับแขกผู้มาใช้บริการด้วยทรีทเมนต์ซิกเนเจอร์แบบต่างๆ

สำหรับทรีทเมนต์ทั่วร่างกาย ขอแนะนำ Auriga Detox Day สปาที่ใช้เวลา 4 ชั่วโมงซึ่งประกอบด้วยการนวดบำบัดคลายความเมื่อยล้า การขัดผิวและการนวดหน้า

ชายหาดที่เกาะ Sentosa
12 Rumours Beach Club

ใช้เวลายามบ่ายด้วยการอาบแดดที่ Rumours Beach Club คลับใหม่ล่าสุดในสิงคโปร์ที่ออกแบบในสไตล์บาหลีแห่งนี้ มีสระว่ายน้ำ 3 สระ พื้นที่ติดหาดที่สวยงาม และสระว่ายน้ำแบบส่วนตัวสำหรับพื้นที่ต้อนรับแขกวีไอพี (หากคุณต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุด)

และถ้าคุณรู้สึกหิว ทางคลับยังมีอาหารในที่ได้แรงบันดาลใจจากบาหลีไว้คอยให้บริการ เช่น nasi campur (นาซีจัมปูร์ หรือข้าวที่ทานกับกับข้าว) และปลาหมึกย่างกับ แซมบัล (น้ำพริก)

ภาพมุมสูงของภัตตาคารและเรือยอชท์ใน Quayside Isle
13 Quayside Isle ที่เซ็นโตซ่า โคฟ (Quayside Isle at Sentosa Cove)

พอตกค่ำ คุณสามารถไปเดินเล่นที่ Quayside Isle ที่อยู่แถวๆ Sentosa Cove (เซ็นโตซา โคฟ) ที่หรูหรา ย่านนี้เต็มไปด้วยร้านอาหารที่มีอาหารจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก อาทิ อาหารกรีกที่ Mykonos on the Bay ไปจนถึงทาปาสของสเปนที่ Sabio by the Sea

หากคุณไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะทานอาหารตะวันตกหรืออาหารตะวันออกดี คุณสามารถไปที่ร้าน Blue Lotus – Chinese Eating House ที่มีบริการอาหารรสเลิศสำหรับผู้ที่ชื่นชอบทั้งอาหารตะวันตกและตะวันออก ร้านอาหารนี้เสิร์ฟอาหารเอเชียที่มีการปรับแต่งให้ทันสมัยแบบตะวันตก อาทิ เนื้อวัวแองกัสกระทะร้อนกับพริกไทยดำ และกุ้งลายเสือผัดเนยกระเทียม

วันที่ 5: เลือกซื้อของใช้สวยๆ ที่ Orchard Road (ถนนออร์ชาร์ด)

ด้านในร้านที่มีชั้นวางวิสกี้เรียงรายที่ Grande Whiskey Collection
14 The Grande Whisky Collection

สิ้นสุดประสบการณ์เลิศหรูน่าประทับใจของคุณ ด้วยการใช้เวลาในวันสุดท้ายสำรวจย่าน Orchard Road ถนนสายช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของสิงคโปร์

ผู้หลงใหลการดื่มน่าจะแวะไปที่ Grande Whisky Collection ที่ ION Orchard เพื่อชิมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี

ร้านนี้มีคอลเลคชั่นเครื่องดื่มมากมาย อาทิ สุราหายากที่สุดในโลก และเครื่องดื่มที่บรรดาทูตมักเลือกมาเลี้ยงต้อนรับแขกผู้ทรงเกียรติ ทัวร์ครั้งนี้จบลงด้วยเซสชั่นการชิมวิสกี้ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี

ภาพด้านนอกของ Design Orchard ในยามค่ำคืน
15 ดีไซน์ ออร์ชาร์ด (Design Orchard)

หากคุณต้องการหาของชิ้นเล็กๆ เพื่อระลึกถึงสิงคโปร์ หรือหาซื้อของฝากที่น่าประทับใจ คุณน่าจะแวะไปที่ร้าน Design Orchard พื้นที่ร้านค้าปลีกที่คึกคักมีชีวิตชีวาแห่งนี้เต็มไปด้วยสินค้าแบรนด์สิงคโปร์ที่มีคุณภาพสูงและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายรวมถึงผ้าพันคอลายดอกไม้สวยหวาน (Binary Style)

ภาพอาหารที่ร้าน Beni Singapore
16 béni

สำหรับมื้อกลางวัน เชิญแวะที่ bení ที่ผสานอาหารตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ร้านอาหารระดับดาวมิชลินนี้ได้รับคำชื่นชมมากมาย เพราะสามารถผสานรสชาติของอาหารฝรั่งเศสและอาหารญี่ปุ่นเข้าด้วยกันอย่างเลอเลิศ เมนูเด่นๆ ที่ผสานรวมอาหารคลาสสิกของทั้งสองวัฒนธรรมก็ได้แก่ ฟัวกราส์ และ อูนางิ หรือหอยเชลล์ฮอกไกโดราดซอสทรัฟเฟิล

ทางร้านมีบริการอาหารกลางวันแบบ 7 คอร์สในวันเสาร์ ดังนั้นอย่าลืมวางแผนการเดินทางของคุณล่วงหน้า หากคุณต้องการลิ้มลองอาหารฟิวชั่นที่หลากหลายและน่าประทับใจนี้

สิ่งอื่นๆ

ที่น่าลอง