พวงมาลัยในรูปแบบดั้งเดิมที่แขวนไว้หน้าร้าน

คุณคงไม่ทราบว่าครั้งหนึ่งลิตเติ้ลอินเดียเคยมีสนามแข่งม้า ฝูงวัว และเตาเผาอิฐ

แต่แม้ว่าจะไม่มีสถานที่และผู้คนเหล่านั้นอีกแล้ว แต่ย่านนี้ก็ยังเต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่น่าสนใจ

จากย่านการค้าเก่าแก่สู่ร้านค้าใหม่ ๆ เช่น ร้านขายมาลัย ร้านอาหารที่ทันสมัย โรงแรมบูติค และชุมชนศิลปะ

อดีตที่เต็มไปด้วยสีสัน
ภาพถนนในย่าน Little India ที่จอแจและเต็มไปด้วยสีสัน

ในทศวรรษ 1840 ชาวยุโรปอาศัยอยู่ที่นี่เป็นหลักเพื่อชมการแข่งม้า ซึ่งเป็นโอกาสที่พวกเขาได้มาพบปะสังสรรค์กัน

เมื่อการซื้อขายปศุสัตว์เริ่มฝังรากลงที่นี่ ก็กลายเป็นการค้าของชาวอินเดียเป็นส่วนใหญ่เพราะพ่อค้ามักว่าจ้างคนงานที่เป็นผู้อพยพชาวอินเดีย สินค้าและบริการบางอย่างเริ่มหายไป ในขณะที่มีการสร้างมัสยิดและวัดฮินดูขึ้น

วัฒนธรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ

ย่านลิตเติ้ลอินเดียในปัจจุบันเป็นหนึ่งย่านที่มีสีสันมากที่สุดในสิงคโปร์ หากคุณเดินไปตามถนน Serangoon และถนนสายอื่นๆ ในย่านนี้ คุณจะพบเห็นศาสนสถานหลายแห่ง ทั้งวัดฮินดูและวัดจีน มัสยิด และโบสถ์ต่างๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานของวัฒนธรรม

อิ่มท้องด้วยอาหารมังสวิรัติแบบอินเดียใต้ ทันดูรีของอินเดียเหนือ และอาหารท้องถิ่น เช่น โรตีปราตา และเตะห์ ตาริก (ชาชักแบบมาเลย์) ลองชิมชาชัก หรือชานมร้อนที่มีวิธีการชงที่น่าสนใจมาก

และอย่าลืมแวะช้อปปิ้งด้วย ห้าง Mustafa Centre ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง จำหน่ายสินค้าทุกชนิดตั้งแต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค หรือคุณอาจจะไปเดินเลือกซื้อของที่ Tekka Centre แหล่งช้อปปิ้งกลางแจ้ง รวมทั้งร้านทอง และร้านขายชุดส่าหรี ก็น่าสนใจไม่เบา

เนื่องจากย่านนี้ตั้งอยู่ใกล้เขตเมืองและมีบรรยากาศแบบโบฮีเมียน ศิลปินหลายคนจึงเรียกย่าน Little India ว่าเป็นบ้านด้วยเช่นกัน

ลองแวะมาเที่ยวที่นี่ในช่วงเทศกาลดีปาวลี (ทีปาวลี) (ราวเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน) และเทศกาลปงกัล (Pongal) (กลางเดือนมกราคม) ซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองที่มีบรรยากาศรื่นเริงที่คุณไม่ควรพลาด