เชิญคุณเพลิดเพลินกับสวรรค์แห่งอาหารเลิศรส และลองชิมรสชาติใหม่ๆ สัมผัสกับความหลงใหลในอาหาร และประสบการณ์ด้านอาหารที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครได้ที่นี่ คู่มือแนะนำอาหารอร่อยๆ ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายของสิงคโปร์นี้ จะทำให้คุณอยากรีบไปชิมอาหารเหล่านี้โดยทันที หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวสายชิมที่มาเยือนสิงคโปร์เป็นครั้งแรก คู่มือนี้จะช่วยให้คุณพบกับร้านอาหารรสเยี่ยมได้ง่ายมาก เพราะเกาะสิงคโปร์ที่มีอากาศสดใสตลอดทั้งปีนี้ เป็นแหล่งรวมร้านอาหารชั้นเลิศระดับโลก ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ และอาหารอร่อยๆ จากชาติต่างๆ ทั่วโลก ดังนั้นถ้าคุณเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก คุณอาจไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนดี

อาหารท้องถิ่นหลากหลายของสิงคโปร์ที่วางเรียงรายบนโต๊ะ

1. สำรวจอาหารท้องถิ่นที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย
ผู้คนนั่งรับประทานอาหารกันที่ Maxwell Food Centre โดยมีแผงขายอาหารอยู่ข้างกัน

อาหารท้องถิ่นของสิงคโปร์ ก็คล้ายกับประเทศสิงคโปร์นั่้นเอง คือเป็นแหล่งรวมรสชาติอาหารอันโอชะที่มีที่มาหลากหลายจากประเทศต่างๆ อาทิ อาหารจีน อาหารมาเลย์ อาหารยูเรเชียน อาหารเปอรานากัน* และอาหารอินเดีย

ย่าน Chinatown (ไชน่าทาวน์), Little India (ลิตเติ้ลอินเดีย) และ Kampong Glam (กัมโปง กลาม)ล้วนเป็นที่ที่เหมาะเจาะสำหรับการเริ่มต้นชิมอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ ที่คุณอาจสนใจ เช่น อาหารจีน อาหารอินเดีย และอาหารมาเลย์ ตามลำดับ ในขณะที่ย่าน Joo Chiat/Katong (จูเชียต/กาตง) ก็เต็มไปด้วยร้านอาหารเปอรานากันรสชาติต้นตำรับ

ถ้าคุณมาเที่ยวสิงคโปร์หลายวันหรือเป็นสัปดาห์ ขอแนะนำให้คุณใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ ในการแวะไปชิมอาหารขึ้นชื่อในแต่ละสถานที่เหล่านี้ ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมที่น่าสนใจของชนชาติเหล่านั้น และไม่ว่าคุณจะชอบเครื่องเทศแล้วอยากลิ้มลองรสชาติเต็มอิ่มของปูผัดพริกหรือเพียงปรารถนารสชาติของ โรตีปราตา (ขนมปังแผ่นแบนแบบอินเดียใต้) ขอไม่พลาดที่จะลองชิมปูผัดพริก ที่รับรองว่าคุ้มค่าหากได้ลิ้มลอง

*คำในภาษาอินโดนีเซีย/มาเลย์ที่แปลว่า "เกิดในท้องถิ่น" โดยทั่วไปแล้ว หมายถึงชาวจีนเชื้อสายมลายู/อินโดนีเซีย


2. จองโต๊ะล่วงหน้าเมื่อจะไปที่ร้านอาหารมิชลินสตาร์
อาหารเปอรานากันที่ Candlenut

ถ้าคุณสนใจจะไปรับประทานอาหารจากภัตตาคารมิชลินสตาร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก คุณควรจองโต๊ะล่วงหน้า ทั้งนี้ ในปี 2019 สิงคโปร์ได้ก้าวขึ้นเป็นมหานครแห่งอาหารระดับโลกโดยมีร้านอาหารที่ได้ดาวมิชลินถึง 44 แห่ง และมีร้านอาหารและสถานที่รับประทานอาหารอีกหลายแห่งที่ได้รับรางวัลบิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) จากมิชลิน

หากคุณกำลังหาอาหารฝรั่งเศสสไตล์โมเดิร์นที่จะสร้างความพอใจให้ทุกประสาทสัมผัส ลองแวะไปที่ร้าน Odette หรือลองเรียนรู้เทคนิคการปรุงอาหารที่พิถีพิถันของชาวญี่ปุ่นได้ที่ Waku Ghin ซึ่งคุณจะได้ลิ้มลองอาหารสุดพิเศษที่ประทับอยู่ในความทรงจำของคุณตลอดไป หรือถ้าคุณอยากลองชิมอาหารสิงคโปร์ที่มีความพิเศษยิ่งขึ้น ก็น่าจะไปที่ Labyrinth ที่ซึ่งเชฟ Han Li Guang พร้อมเสิร์ฟอาหารท้องถิ่นที่นำมาปรับให้แปลกใหม่ทันสมัย หรือร้าน Candlenut ร้านอาหารเปอรานากันแห่งแรกในโลกที่ได้ดาวมิชลิน

ขอแนะนำให้คุณจองที่นั่งล่วงหน้า ถ้าก่อนที่คุณจะเดินทางถึงสิงคโปร์ได้ยิ่งดี เพราะร้านอาหารบางแห่งเหล่านี้ต้องจองล่วงหน้านานหลายเดือนเลยทีเดียว

นักท่องเที่ยวที่กำลังมองหารายชื่อร้านอาหารที่มีชื่อเสียงระดับโลกเหล่านี้ สามารถดูได้จากคู่มือแนะนำร้านอาหารมิชลินสตาร์และร้านอาหารรางวัลบิบ กูร์มองด์ประจำปี 2019 ของเรา


3. ลองชิมอาหารท้องถิ่นสไตล์ฟิวชั่นจากเชฟที่มีฝีมือของเรา
หนึ่งในเมนูประจำตัวของเชฟ Jason Tan

สิงคโปร์ที่มีฐานะเป็นเมืองหลวงที่โด่งดังระดับโลก เป็นจุดศูนย์รวมวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งเห็นได้ชัดจากผลงานการสร้างสรรค์เมนูอาหารของเหล่าเชฟท้องถิ่น

เชฟ Jason Tan ที่ได้ดาวมิชลิน นำวัตถุดิบจากตะวันตกมาปรุงอาหารในสไตล์ Gastro-botanical ที่ร้าน Corner House ขณะที่ร้าน Relish by Wild Rocket ซึ่งดำเนินงานโดย Willin Low เชฟผู้สร้างสรรค์อาหารสมัยใหม่ของสิงคโปร์ นำเสนอเบอร์เกอร์สุดอร่อยที่นำมาปรับรสชาติให้ถูกใจชาวเอเชีย

สำหรับผู้ที่ต้องการลองชิมอาหารฮอว์กเกอร์ที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารระดับโลก ต้องแวะไปที่ A Noodle Story ร้านอาหารรางวัลบิบ กูร์มองด์ ซึ่งเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากราเม็งญี่ปุ่น (บะหมี่น้ำของญี่ปุ่น) และร้านบะหมี่ หมูแดงสูตรสิงคโปร์ (บะหมี่เหลืองที่เสิร์ฟพร้อมหมูแดงหั่นบางและเกี๊ยวแบบเต็มคำ)

มาชิมอาหารในร้านอาหารท้องถิ่นเหล่านี้สิ คุณจะได้สัมผัสกับศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ที่อยู่เบื้องหลังอาหารฟิวชั่นรสเด็ดเหล่านี้ของสิงคโปร์


4. เข้าถึงความหลงใหลในอาหารของคนสิงคโปร์ที่ไม่ได้มีแค่ร้านอาหารและภัตตาคาร
ด้านในส่วนรับประทานอาหารแต่งไฟสลัวของร้าน NOX

ยังมีทัวร์ชิมอาหาร การนำเสนออาหารแนวใหม่ และงานเทศกาลอาหารประจำปี ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างกิจกรรมด้านอาหารที่น่าสนใจที่รอให้คุณมาสัมผัส กระตุ้นต่อมรับรสของคุณด้วยประสบกาณ์การรับประทานอาหารท่ามกลางความมืดที่ Nox-Dine In The Dark หรืออร่อยกับอาหารท่ามกลางความมหัศจรรย์ของท้องทะเลที่รายรอบได้ที่ Ocean Restaurant ขณะที่ร้านSmith Marine จะให้คุณได้ลิ้มลองอาหารทะเลสดใหม่ที่คุณจับมาด้วยตนเอง

เชฟรุ่นใหม่ของเราพร้อมแสดงฝีมือการทำอาหารที่ไม่ด้อยไปกว่าใคร ขณะที่บรรดานักชิมที่ชื่นชอบการผจญภัยสามารถร่วมทัวร์พิเศษเพื่อลิ้มลองอาหารพื้นเมือง เช่น Wok N’ Stroll หรือ Singapore After Dark ได้

ลองวางแผนโปรแกรมท่องเที่ยวของคุณให้ตรงกับช่วงงานเทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ของเรา อาทิ งาน Singapore Food Festival (เทศกาลอาหารสิงคโปร์) หรืองาน Singapore Cocktail Festival (เทศกาลค็อกเทลของสิงคโปร์)


5. มารู้จักเหล่าเชฟ บาร์เทนเดอร์ และเหล่าผู้จัดการร้านอาหารที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจของสิงคโปร์กัน
ด้านในที่กว้างขวางของร้าน Nouri ถ่ายภาพโดย http://guide.michelin.com

นอกจากจะเป็นเมืองแห่งร้านอาหารชั้นเลิศแล้ว สิงคโปร์ยังเป็นแหล่งรวมเชฟ ผู้ประกอบการร้านอาหาร และบาร์เทนเดอร์ที่อุทิศชีวิตทุกลมหายใจให้ศิลปะแห่งการปรุงอาหาร

หากคุณได้ลองรับประทานอาหารแบบ โอมากาเสะ ในสไตล์ยุโรปที่ร้าน Nouri หรือมีโอกาสชิมเครื่องดื่มค็อกเทลที่ชงจากเหล้ายิน Brass Lion gin ของสิงคโปร์ที่บาร์ NATIVE แล้วล่ะก็ ไม่ต้องอายที่จะเริ่มพูดคุยกับเชฟหรือบาร์เทนเดอร์ของทางร้าน รับรองว่าคุณจะสัมผัสได้ถึงความรักในอาหารของพวกเขาที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คุณเช่นกัน


6. ค้นพบโลกแห่งรสชาติอันหลากหลายที่ฮอว์กเกอร์ เซ็นเตอร์
ข้าวมันไก่จากร้านอาหารใน Maxwell Food Centre (ศูนย์อาหารแม็กซ์เวล)

คนสิงคโปร์มีความภาคภูมิใจในอาหารฮอว์กเกอร์ของตนมาก อาหารริมทางท้องถิ่นของเรานั้นปรุงขึ้นโดยเชฟชื่อดัง ผู้ประกอบการร้านอาหาร และเหล่าคนดังที่มีฝีมือ อาทิ กอร์ดอน แรมซีย์ เชฟและพิธีกรรายการอาหารชื่อดัง ไปจนถึง แอนโทนี บัวร์เดน เชฟและพิธีกรดังระดับโลก

ทริปไปสิงคโปร์ของคุณจะยังไม่สมบูรณ์ หากคุณยังไม่ได้ไปลองชิมอาหารที่ศูนย์อาหารท้องถิ่นเหล่านี้สักหนึ่งหรือสองแห่ง เราขอแนะนำให้คุณไปที่ Chinatown Complex Food Centre (ศูนย์อาหารไชน่าทาวน์คอมเพล็กซ์) ที่มีแผงขายอาหารถึง 260 ร้าน รวมทั้งร้านดาวมิชลินชื่อดังที่มีราคาย่อมเยาที่สุด อย่างร้านบะหมี่ไก่ซีอิ๊ว Liao Fan Hong Kong Soya Sauce Chicken Noodle

Lau Pa Sat (ศูนย์อาหารนานาชาติเหล่าปาซะ) และ Amoy Street Food Centre (ศูนย์อาหารถนนอามอยสตรีท) เป็นอีกสองแห่งที่น่าไปเยือน เพราะมีอาหารนานาชนิด ตั้งแต่ สะเต๊ะ (หมูหรือไก่ย่างเสียบไม้) และ ฉ่าก๋วยเตี๋ยว (ก๋วยเตี๋ยวผัดแห้งใส่ซีอิ๊วดำคล้ายก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊วของไทย) ไปจนถึงก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา และกะหรี่ปั๊บ หากคุณต้องการชิมอาหารจากร้านมิชลินสตาร์ในศูนย์อาหาร เชิญแวะที่ร้านบะหมี่หมูสับ Tai Hwa Pork Noodle หรือร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ Hong Kee Beef Noodle


7. เรียนรู้ศัพท์เฉพาะของท้องถิ่นและลองสั่งอาหารแบบมือโปร
ด้านนอกศูนย์อาหารในตอนกลางคืน คนขายกำลังย่างสะเต๊ะบาร์บีคิวขณะที่ลูกค้านั่งรับประทานอาหาร

ซิงลิช (Singlish) หรือภาษาอังกฤษแบบสิงคโปร์ที่คนสิงคโปร์ใช้ในชีวิตประจำวัน ถือเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นของเรา การจะเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความหลงใหลด้านอาหารของคนสิงคโปร์ คุณสามารถสังเกตและเรียนรู้ได้จากภาษาท้องถิ่นและซึมซับวัฒนธรรมอาหารที่มีสีสันของเรา ลองดูคู่มือการสั่งกาแฟแบบคนสิงคโปร์ และร้านอาหารห้ามพลาดของคนสิงคโปร์แท้ๆ ที่เราได้รวบรวมเอาไว้