ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ที่ปรับปรุงใหม่ของเรา ค้นหาเพิ่มเติมว่าทำไมเราจึงต้องอัปเกรดและบอกเราว่าคุณมีความคิดเห็นอย่างไรได้ ที่นี่

วันที่ 1: สนุกสนานร่วมกันทั้งครอบครัวที่เกาะเซ็นโตซ่า

1. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ S.E.A. Aquarium™ ที่รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า (Resorts World™ Sentosa)

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยทัวร์วีไอพีนาน 3 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยให้ครอบครัวคุณได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแบบสบาย ๆ และไม่ต้องแออัดกับฝูงชน ก่อนที่พิพิธภัณฑ์นี้จะเปิดตามเวลาปกติ ทัวร์แบบมีไกด์นำเที่ยวนี้ยังรวมถึงช่วงเวลาการให้อาหารสัตว์ทะเล และการได้รับสิทธิพิเศษในการเยี่ยมชมเบื้องหลังการทำงานของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้อีกด้วย

2. สวนน้ำ Adventure Cove Waterpark™

จากนั้น ก็ถึงเวลาสนุกสนานแบบชุ่มฉ่ำ กับการเที่ยวสวนน้ำแห่งนี้ที่อยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เด็กๆ จะชื่นชอบสไลเดอร์ความเร็วสูง สระว่ายน้ำแบบตื้นๆ และจุดแวะเที่ยวอื่นๆ ในธีมท้องทะเลที่สนุกสนานและน่าสนใจ อีกไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการว่ายน้ำท่ามกลางปลาหลากสีสันที่ Rainbow Reef!

3. Madame Tussauds Wax Museum

หลังจากสนุกกับสิ่งมีชีวิตใต้ผืนน้ำแล้ว เชิญมาสัมผัสกับบรรดาดาวเด่นบนจอเงินและบนเวทีแบบใกล้ชิด ท่ามกลางหุ่นขี้ผึ้งของบรรดาเซเลบที่คุณชื่นชอบ เช่น จัสติน บีเบอร์, เทย์เลอร์ สวิฟท์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และสเตฟานี่ ซัน นักร้องชาวสิงคโปร์ นี่เป็นช่วงเวลา "วีฟี่" ที่แสนสนุก!

4. เมกา แอดเวนเจอร์ พาร์ค – สิงคโปร์ (Mega Adventure Park - Singapore)

ถ้าลูกๆ ของคุณมีพลังงานเหลือเฟือ สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นสถานที่ที่คุณต้องพาเด็กๆ ไปให้ได้ ไฮไลต์คือการโหนสลิงผ่านป่าทึบและชมวิวทิวทัศน์ในระดับสูงเหนือยอดไม้ และต่อด้วยการปีนเขา 

5. เคเบิ้ล คาร์ สิงคโปร์ (Singapore Cable Car)

ปิดท้ายวันด้วยการนั่งรถกระเช้าชมวิวสวยๆ กลับไปยังผืนแผ่นดินบนเกาะหลัก คุณจะเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามของสิงคโปร์จากมุมสูง เมื่อคุณมาถึงสถานีฮาร์เบอร์ฟรอนท์ ก็ถึงเวลาต้องเติมพลังกับอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ ของที่นี่แล้ว

คราวนี้เราจะไปที่ Food Republic @ VivoCity บนชั้น 4 ที่อยู่ข้างๆ สถานีรถราง อาหารแนะนำ ได้แก่ ผัดหมี่ฮกเกี้ยน (ผัดหมี่ใส่กุ้ง) และ บักกุ๊ดเต๋ (ซุปซี่โครงหมู) เสิร์ฟในบรรยากาศศูนย์อาหารที่สะอาดสะอ้านและน่าสนใจ นับเป็นศูนย์อาหารริมทางแบบใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงให้สะดวกสบายของสิงคโปร์ ที่เริ่มมีมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20  

วันที่ 2: สถานที่ไฮไลต์ในเมือง

1. สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens)

ตื่นเช้าหน่อยเพื่อพาครอบครัวไปสนุกกับแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโกแห่งนี้ เราจะไปที่ Jacob Ballas Children's Garden ที่ได้รับรางวัลซึ่งอยู่ภายในสวนใหญ่ ที่นี่มีประสบการณ์ต่างๆ ที่น่าสนใจให้เด็กๆ ได้ทดลอง เด็กๆ จะได้เรียนรู้และสนุกสนานกับเรื่องแปลกใหม่ของชีวิตพืชพรรณที่น่าสนใจซึ่งมีอยู่รอบๆ ตัว

2. ถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road)

เพียงแค่นั่งรถประจำทางเป็นระยะทางสั้นๆ จากสวนพฤกษศาสตร์ไปที่ถนนสายช้อปปิ้งที่ร่มรื่นและมีชื่อเสียงของสิงคโปร์ แวะที่ แทงส์ ออร์ชาร์ด ห้างสรรพสินค้าที่เป็นมรดกของสิงคโปร์ เพื่อเลือกซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ซึ่งเป็นแบรนด์ของสิงคโปร์และเครื่องประดับต่างๆ เช่น In Good Company, Aijek และ Carrie K

เลือกทานอาหารในร้านที่คุณชอบใจและซื้อสินค้าระดับหรูที่ ไอออน ออร์ชาร์ด และห้างพารากอน นอกจากนี้ ที่ห้างพารากอนยังมีแผนกพารากอน จูเนียร์ ร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าสำหรับเด็กโดยเฉพาะ  

3. สิงคโปร์ ฟลายเออร์ (Singapore Flyer)

เพื่อชมทัศนียภาพเส้นขอบฟ้าของเมืองในมุมกว้างสุดสายตา คุณควรขึ้นไปเที่ยวชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่มหึมานี้ ทัศนียภาพยามอาทิตย์ตกนั้นสวยงามมาก โดยเฉพาะถ้าเป็นวันที่ฟ้าโปร่ง คุณจะเห็นประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียและมาเลเซียด้วย! หลังจากนั้น คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์การบิน และทำตามความฝันของคุณที่อยากจะเป็นนักบิน

เครื่องจำลองการบินนี้ติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมเสมือนจริงทุกอย่างแบบที่มีในห้องนักบิน คุณจะรู้สึกเหมือนกำลังควบคุมเครื่องบินที่กำลังจะบินขึ้นสู่ท้องฟ้าแบบนักบินจริง ๆ

จากนั้น เราจะลงไปชั้นล่างเพื่อไปอร่อยกับอาหารริมทางกับเส้นทางชิมอาหารของสิงคโปร์ ถนนแห่งอาหารที่ได้แรงบันดาลใจจากยุค 60 คุณจะได้ชิมอาหารจากร้านอาหารท้องถิ่นที่อร่อยที่สุด รวมทั้งเมนูยอดฮิต เช่น ข้าวมันไก่ และไข่เจียวหอยนางรม  

4. แม่น้ำสิงคโปร์ (Singapore River)

หลังจากอิ่มอร่อยกับมื้ออาหารแล้ว เชิญนั่งเรือเที่ยวแบบผ่อนคลายไปกับครอบครัวโดยการล่องแม่น้ำสิงคโปร์กัน หรือคุณอาจเดินไปที่โรงละครเอสพลานาด (โรงละครที่ตั้งอยู่ริมอ่าว) และเดอะ เมอร์ไลออน พาร์คเพื่อชมวิวริมน้ำสวยๆ หรือนั่งเรือล่องแม่น้ำสิงคโปร์และอ่าวมารีน่าเพื่อผ่อนคลาย และเก็บความทรงจำดีๆ อีกวันหนึ่งในนครแห่งสิงโตนี้

และลองดู