วันที่ 1: ทัวร์เที่ยวชมเมือง

1 การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์

ช่วงเช้า

เริ่มต้นที่การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ในช่วงเช้า อย่าลืมแวะไปที่ซูเปอร์ทรี สวนแนวตั้งที่สูงถึง 50 เมตร และระหว่างกลางยังมีทางเชื่อมลอยฟ้าที่เป็นจุดชมวิวสิงคโปร์ที่สวยงามน่าตื่นตา นอกจากนี้ ยังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น ฟลาวเวอร์โดม เรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลก และคลาวด์ฟลอเรสต์ น้ำตกในร่มที่สูงที่สุดในโลก

2 สิงคโปร์ ฟลายเออร์ (Singapore Flyer)

ช่วงบ่าย

หากยังไม่จุใจกับการชมวิวที่น่าตื่นตาตื่นใจจากมุมสูง ลองขึ้นสิงคโปร์ ฟลายเออร์ (Singapore Flyer) ดูสิ กระเช้าชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ยักษ์นี้ จะทำให้คุณขึ้นสูงถึงระดับ 165 เมตรจากพื้นดิน (เท่ากับอาคารสูง 42 ชั้น) และเพลิดเพลินไปกับการชมวิวเส้นขอบฟ้าของเมืองโดยไม่มีอะไรบดบัง

สำหรับมื้อกลางวัน ควรไปที่สิงคโปร์ ฟู้ด ทรีตส์ ศูนย์อาหารคอนเซปต์ที่สร้างขึ้นภายในอาคาร Flyer ศูนย์อาหารที่มีเสน่ห์แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้คล้ายกับประเทศสิงคโปร์ในช่วงทศวรรษ 1960 ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารต่างๆ ที่ขายอาหารท้องถิ่นเมนูเด็ด เช่น ข้าวมันไก่ไหหลำ สะเต๊ะ ผัดหมี่หุ้น และบักกุ๊ตเต๋ (น้ำซุปกระดูกหมู)

3 Marina Bay Sands®

ช่วงเย็น

ข้ามอ่าวเพื่อไปเที่ยวที่มารีน่า เบย์ แซนด์ส® ซึ่งเต็มไปด้วยภัตตาคารหลายแห่งของบรรดาเชฟชื่อดัง สำหรับมื้อค่ำของคุณ ขอแนะนำ Bread Street Kitchen ของเชฟกอร์ดอน แรมเซย์ ที่ให้บริการอาหารยุโรปสไตล์เอเชีย หรือถ้าคุณต้องการทานสเต็กดีๆ เชิญที่ CUT by Wolfgang Puck

และเมื่อคุณพร้อมที่จะไปดื่มต่อหลังมื้อเย็นแล้ว เชิญแวะไปที่ SkyPark เพื่อปิดท้ายค่ำคืนของคุณอย่างสนุกสนานที่ CÉ LA VI นอกจากเครื่องดื่มค็อกเทลชั้นเยี่ยมและดนตรีไพเราะแล้ว บาร์บนชั้นดาดฟ้าของอาคารสูงเสียดฟ้านี้ ยังเหมาะสำหรับชมอาทิตย์ตกดินที่สวยงามน่าประทับใจและชมวิวเส้นขอบฟ้าของเมืองที่งามตรึงตา

วันที่ 2: สนุกสนานท่ามกลางแสงแดด

4 เกาะเซ็นโตซ่า

ทั้งวัน

ใช้เวลาทั้งวันบนเกาะเซ็นโตซ่า รีสอร์ตบนเกาะที่มีชื่อเสียงที่สุดของสิงคโปร์ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมสนุกๆ สิ่งแรกในกำหนดการ: สวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์™ สวนสนุกเพื่อความบันเทิงในธีมภาพยนตร์แห่งนี้มีทั้งหมดเจ็ดโซน และมีเครื่องเล่นที่น่าตื่นเต้นมากมาย อาทิ รถไฟเหาะแบบ 3 มิติที่ชื่อ Transformers: The Ride และ Jurassic Park Rapids Adventure เครื่องเล่นล่องแก่งที่จะแล่นลงมาอย่างน่าหวาดเสียวในตอนท้าย

สำหรับมื้อกลางวัน เชิญที่ Quayside Isle บริเวณริมน้ำเป็นที่ตั้งของร้านอาหารต่างๆ มากมาย ซึ่งมีตั้งแต่ร้านเบเกอรี่แบบมัลติคอนเซปต์ และ Greenwood Fish Market ร้านอาหารทะเล ไปจนถึงร้านชาและยังเป็นสตูดิโอศิลปะอย่าง MUSEO

ใช้เวลายามบ่ายที่ ตันจง บีชคลับ ร้านนี้เสิร์ฟอาหารยุโรปสมัยใหม่ เช่น ซาลาเปากุ้งล็อบสเตอร์ และสเต็กเนื้อดิบ (steak tartare) และยังเป็นสถานที่ที่เหมาะให้นอนอาบแดดที่เตียงข้างสระว่ายน้ำ และนั่งเล่นมองดูผู้คน

ก่อนอาทิตย์ตกดิน เชิญแวะที่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ S.E.A. Aquarium™ เพื่อชมสัตว์น้ำกว่า 100,000 ตัว รวมถึงปลากระเบนแมนตา และปลาฉลามเสือดาว และแวะไปชม Images of Singapore โรงภาพยนตร์แบบ 4 มิติที่มีไฮไลท์น่าสนใจ เช่น บริเวณต่างๆ ที่จัดแสดงแบบมีธีมให้ผู้ชมได้รู้สึกเหมือนจริง และ Spirit of Singapore Boat Ride ที่จะพาคุณออกเดินทางไปรู้จักกับสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์

วันที่ 3: สำรวจเขตที่อยู่อาศัยทางวัฒนธรรม

5 ไชน่าทาวน์

ช่วงเช้า

แบ่งเวลาไปเยี่ยมชมย่านไชน่าทาวน์ ลิตเติ้ลอินเดีย และกัมโปงกลาม เขตที่อยู่อาศัยสามเขตหลักที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมของสิงคโปร์

ในช่วงเช้า เราจะไปเดินสำรวจ ย่านไชน่าทาวน์และแวะที่ ศูนย์อาหารแม็กซ์เวล เพื่อทานอาหารเช้ายอดนิยม เช่น โจ๊กจากร้าน Zhen Zhen Porridge และแน่นอนต้องลองดื่มโกปี๊ (กาแฟรสเข้มของสิงคโปร์) จากนั้น เชิญเดินสำรวจย่านไชน่าทาวน์ เพื่อเยี่ยมชมสถานที่สำคัญๆ เช่นวัดพระเขี้ยวแก้ว ที่งดงามเพื่อสัมผัสกลิ่นอายทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

6 ลิตเติ้ลอินเดีย

ช่วงบ่าย

ในช่วงบ่าย เชิญแวะไปที่ย่านลิตเติ้ล อินเดียที่คึกคักจอแจเพื่อเยี่ยมเที่ยวชมวัดต่างๆ เช่น วัดศรีวิรามกาลีอัมมัน ในย่านนี้ยังมีร้านค้าที่ขายสินค้าเฉพาะอย่างหลายร้าน เช่น ร้านขายส่าหรีสวยๆ ร้านขายเครื่องเทศ และเครื่องประดับต่างๆ ดังนั้น ลองแวะไปสำรวจดูว่าที่นี่มีอะไรน่าสนใจบ้าง แน่นอนว่า คุณต้องไม่ไปจากย่านลิตเติ้ลอินเดียเฉยๆ โดยที่ไม่ได้แวะไปชิมอาหารอินเดียต้นตำรับ ร้านบานาน่าลีฟ อโพโล เป็นทางเลือกที่ดีมาก และอย่าลืมชิมแกงหัวปลา รสเด็ดที่เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

7 กัมปง แกลม (Kampong Glam)

ช่วงเย็น

ในยามค่ำคืน ขอแนะนำให้คุณไปต่อที่กัมโปงกลาม ซึ่งมีสถานที่ต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น ศูนย์มรดกมาเลย์ และมัสยิดสุลต่าน ที่สวยงามที่ถนนมุสคัท สตรีท เชิญทานอาหารเย็นในย่านนี้ เพราะตรงกันข้ามกับมัสยิด บนถนนอีกฝั่งหนึ่งมีร้านอาหาร Zam Zam ที่เปิดมานานและไม่มีการประดับตกแต่งใดๆ แต่พร้อมเสิร์ฟคุณด้วยเมนูอาหารมุสลิมอินเดียต้นตำรับ เช่น มะตะบะ และนาซิบริยานี (ข้าวหมกที่ทานคู่กับเนื้อสัตว์และผัก)

วันที่ 4: เข้าชมพิพิธภัณฑ์

8 หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์ (National Gallery Singapore)

ช่วงเช้า

ไม่มีหนทางใดที่จะเรียนรู้วัฒนธรรมได้ดีไปกว่าการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ เริ่มต้นด้วยพิพิธภัณฑ์ที่ใหม่ที่สุด ซึ่งก็คือหอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์ (National Gallery Singapore) หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะสมัยใหม่ของสิงคโปร์และของเอเชียอาคเนย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยตั้งอยู่ที่สถานที่สำคัญของสองแห่งของสิงคโปร์ นั่นคือ ศาลฎีกาเดิม และศาลาว่าการกลาง (City Hall) และจัดแสดงผลงานศิลปะมากกว่า 8,000 ชิ้น

9 SAM at 8Q

ช่วงบ่าย

หลังจากนั้น ไปยังพิพิธภัณฑ์ศิลปะสิงคโปร์ (Singapore Art Museum) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "SAM" นับเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งแรกของประเทศ และรวบรวมผลงานศิลปะของเอเชียอาคเนย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เชิญใช้เวลาชื่นชมกับความงามของสถาปัตยกรรม เพราะอาคารแห่งนี้เคยเป็นโรงเรียนสอนศาสนาในศตวรรษที่ 19 และได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี โดยคงไว้ซึ่งรายละเอียดดั้งเดิม เช่น กระเบื้องปูพื้นและคราบเขียวของหลังคา

10 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ (National Museum of Singapore)

ช่วงเย็น

มุ่งหน้าไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ (National Museum of Singapore) เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของสิงคโปร์ ที่นี่จะมีงานศิลปะแบบจัดวางในรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟ, ศิลปะการแสดงต่าง ๆ ที่น่าสนใจ รวมทั้งการจัดฉายภาพยนตร์

วันที่ 5: เยี่ยมชมย่านนอกกระแส

11 จู เชียต/กาตง (Joo Chiat/Katong)

ช่วงเช้า

เริ่มต้นวันของคุณที่ย่านจู เชียต ด้วยอาหารเช้าแบบคนท้องถิ่น ลองชิมคายา (ขนมปังปิ้งไส้สังขยา) แสนอร่อยที่ ร้านขนมชิน มี ชิน คอนเฟคชั่นนารี จากนั้น เชิญเดินสำรวจละแวกนี้และเพลิดเพลินกับไปตึกแถวเก่าแก่สีสันสดสวยที่ตั้งเรียงราย อย่าพลาดไปเยี่ยมชมกาตง แอนทิค เฮาส์ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับชาวเปอรานากัน (ชาวจีนช่องแคบ และมรดกทางวัฒนธรรมของมาเลย์/อินโดนีเซีย) โดยในอดีตย่านนี้เป็นที่พำนักอาศัยของพวกเขา  

12 เตียง บาห์รู

ช่วงบ่าย

สำหรับแผนการเดินทางในช่วงบ่ายของคุณ แนะนำให้ไปที่ย่าน เตียง บาห์รู ซึ่งมีบ้านเรือนเก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ ย่านนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่างโลกแห่งอดีตและโลกยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว โดยมีตึกแถวสไตล์อาร์ท เดโค่ และอาคารที่เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมของร้านกาแฟเก๋ ๆ โดยทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ในสถานที่เดียวกัน ปิดท้ายการเที่ยวชมยามบ่ายด้วยการแวะไปที่ร้านหนังสืออินดี้ BooksActually ก่อนจะแวะไปที่ วัดฉีเทียนกง สถานที่สำคัญของสิงคโปร์

13 เดมพ์ซีย์ ฮิลล์

ช่วงเย็น

ได้เวลาอาหารมื้อเย็นแล้ว และเราขอเสนอย่านเดมป์ซีย์ ที่คุณห้ามพลาด ที่นี่มีตั้งแต่ปูผัดพริก ที่ร้าน JUMBO Seafood อาหารสไตล์ยุโรปที่ตกแต่งอย่างสวยงามที่ร้าน The White Rabbit หรืออาหารอินเดียรสจัดที่ Samy’s Curry ที่นี่เต็มไปด้วยทางเลือกมากมายไม่จำกัด ณ แหล่งช้อปปิ้งไลฟ์สไตล์ที่มีเสน่ห์แห่งนี้ เมื่อทานอาหารเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าเพิ่งรีบกลับ นอกจากนี้ เดมป์ซีย์ยังขึ้นชื่อว่าเป็นย่านสำหรับนักดื่ม ลองแวะไปที่ร้าน RedDot BrewHouse ที่เหมาะสำหรับคนชื่นชอบคราฟต์เบียร์ และ The Rabbit Hole at The White Rabbit ก็มีเมนูเหล้ายินที่ผสมกับโทนิกด้วยสูตรที่คิดค้นขึ้นมาเอง ซึ่งคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันให้คุณได้ลิ้มลอง

วันที่ 6: เที่ยวชมธรรมชาติ

14 สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens)

ช่วงเช้า

ไม่มีช่วงเวลาใดที่จะเหมาะสำหรับการไปเยือนสวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ที่ดีไปกว่าช่วงเช้าตรู่ ไฮไลต์ของสวนแห่งนี้คือ รูปปั้นสวยๆ สระที่มีหงส์ ต้นไม้ในเขตร้อนชื้น และสวนกล้วยไม้แห่งชาติของสิงคโปร์ สวนพฤกษศาสตร์ที่มีอายุ 150 ปีแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก และเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นในยามเช้า

15 เขตอนุรักษ์ธรรมชาติบูกิต ติมาห์

ช่วงบ่าย

ไปปีนเขาเล่นกันไหม ใช้เวลาช่วงบ่ายเที่ยวสำรวจเขตอนุรักษ์ธรรมชาติบูกิต ติมาห์ พื้นที่ 163 เฮคตาร์ ซึ่งนับเป็นสวนสาธารณะทางวัฒนธรรมแห่งอาเซียน และมีพืชพรรณและสัตว์ต่าง ๆ ถึง 40% ของสิงคโปร์ อีกทั้งยังมีภูเขาที่สูงที่สุดในสิงคโปร์อีกด้วย (164 เมตร)

16 สะพานเฮนเดอร์สัน เวฟ (Henderson Waves)

ช่วงเย็น

เมื่ออาทิตย์ตกดิน เชิญไปที่ สะพานเซาท์เทิร์น ริดเจส  แล้วไปที่ สะพานเฮนเดอสัน เวฟ เพื่อชมแสงวับวาวที่ตกแต่งสะพานในยามค่ำคืน

ถ้าคุณยังไม่เหนื่อย ลองเดินไปตามเส้นทางยาว 10 กิโลเมตร โดยเส้นทางนี้จะพาคุณไปยังสวนเมาท์ เฟเบอร์ พาร์ค, สวนเตโละ บลังกะ ฮิล พาร์ค, สวนฮอร์ทพาร์ค, สวนเคนท์ ริดจ์ พาร์ค และ เขตอนุรักษ์ธรรมชาติลาบราดอร์

วันที่ 7: ได้เวลาช้อป

17 ถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road)

ช่วงเช้า

เริ่มต้นการเดินทางด้วยการไปที่ถนนออร์ชาร์ด ย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของสิงคโปร์ หากต้องการเดินดูสินค้าแบรนด์ดังระดับโลก คุณควรไปที่ ห้างโรบินสัน แต่ถ้าคุณสนใจแบรนด์ท้องถิ่น ควรแวะไปที่ ห้างแทงส์ และหากต้องการช้อปปิ้งในราคาคุ้มค่า เชิญไปที่ *SCAPE ย่านช้อปปิ้งยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวที่ตอบสนองนักช้อปทุกรูปแบบ

18 บราส บาซาห์ บูกิส (Bras Basah.Bugis)

ช่วงบ่าย

เมื่อพูดถึงการช้อปปิ้งอย่างคุ้มค่า และถ้าคุณชอบต่อรองราคาสินค้าแล้วล่ะก็ บูกิส และ ฮาจิ เลน คือที่ที่เหมาะสำหรับคุณ

ทั้งสองย่านนี้อยู่ใกล้กัน และเต็มไปด้วยร้านรวงทันสมัยและร้านค้าสไตล์อินดี้ที่ขายเสื้อผ้าสวยๆ สไตล์วินเทจ และเครื่องประดับเก๋ไก๋ ซึ่งได้แก่ ร้าน มันเดย์ส ออฟ

19 ลิตเติ้ลอินเดีย

ช่วงเย็น

สำหรับช่วงเย็น คุณน่าจะลองแวะไปที่ มุสตาฟา เซ็นเตอร์ ที่ตั้งอยู่ในย่านลิตเติ้ล อินเดีย ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งนี้เป็นแดนสวรรค์ของเหล่านักช้อป เพราะที่นี่มีสินค้าทุกอย่าง (ตั้งแต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงเครื่องสำอาง) และยังเปิดบริการ 24 ชั่วโมงทุกวันอีกด้วย

สำหรับมื้อเย็น อย่าพลาดโอกาสที่จะได้ลิ้มลองอาหารอินเดียรสต้นตำรับและแกงกะหรี่ รวมถึงเมนูต่างๆ ที่มีมากมาย ร้านบานาน่าลีฟ อโพโล บนถนนเรซ คอร์ส คือร้านดังที่มีเมนูแนะนำอย่างแกงเผ็ดหัวปลา

20 สนามบินชางงีของสิงคโปร์

ทั้งวัน

จบท้ายด้วยแหล่งช้อปปิ้งแบบปลอดภาษีที่ สนามบินชางงี สินค้าหรูหรา น้ำหอม โคโลญจน์ ขนมหวาน และช็อกโกแลต ทุกอย่างมีให้คุณได้เลือกไม่ว่าจะสำหรับตัวคุณเองหรือซื้อเป็นของที่ระลึกสำหรับคนอื่น


ด้วยกำหนดการท่องเที่ยวที่น่าตื่นเต้นนี้ คุณจะได้รู้จักสิงคโปร์อย่างครบถ้วนในเจ็ดวันและไม่ได้พลาดอะไรไปแม้แต่น้อย!

สิ่งอื่นๆ

ที่น่าลอง