วันที่ 1: ล่องเรือ

1 สิงคโปร์ ฟลายเออร์ (Singapore Flyer)

ช่วงเช้า

ลองขึ้นสิงคโปร์ ฟลายเออร์ (Singapore Flyer) เพื่อชมวิวเส้นขอบฟ้าได้แบบ 360 องศาที่ระดับความสูง 165 เมตรจากพื้นดิน การได้ชมทัศนียภาพอันงดงามของสิงคโปร์ในยามเช้าเช่นนี้จากบนชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ นับเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของวัน

2 แม่น้ำสิงคโปร์ (Singapore River)

ช่วงบ่ายและช่วงเย็น

ในช่วงบ่าย คุณน่าจะไปล่องเรือบัมโบ๊ทแบบดั้งเดิม เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของแม่น้ำสิงคโปร์ ไปกับสิงคโปร์ ริเวอร์ครูซ (Singapore River Cruise) ในกิจกรรมการล่องเรือนี้ จะมีไกด์ที่คอยให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับท่าเรือที่มีชื่อเสียงสองแห่งของสิงคโปร์คือ ท่าเรือโบ๊ทคีย์ และท่าเรือคลาร์ก คีย์ พร้อมกับชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามของอ่าวมารีน่า ในขณะที่เรือล่องผ่าน

จากนั้น ใช้เวลาเที่ยวสำรวจสิงคโปร์ไปกับทัวร์  DUCK & HiPPO ที่จะพาคุณเที่ยวรอบเมืองด้วยรถบัสเปิดหลังคา แพคเกจ City Sightseeing (เที่ยวชมในเมือง) จะพาคุณเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆ ตามจังหวะช้าเร็วแบบที่คุณต้องการ ไฮไลท์สำคัญคือ ย่านลิตเติ้ลอินเดีย ถนนออร์ชาร์ด ไชน่าทาวน์ และสวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์

วันที่ 2: ท่องดินแดนมหาสนุก

3 เกาะเซ็นโตซ่า

ทั้งวัน

เซ็นโตซ่า หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "ดินแดนมหาสนุก" เพราะพื้นที่นี้เปรียบเสมือนสนามเด็กเล่นที่กว้างใหญ่สำหรับทั้งครอบครัว เกาะแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของสิงคโปร์ มีสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมน่าสนใจสำหรับทุกคน ขอแนะนำให้คุณใช้เวลาทั้งวันเพื่อสำรวจสิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจบนเกาะ

เริ่มต้นด้วยการไปเยือนยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์™ สวนสนุกในธีมภาพยนตร์แห่งนี้มีเครื่องเล่นที่น่าตื่นเต้นมากมายโดยเลียนแบบภาพยนตร์ชื่อดังอย่างเช่น Transformers และ Jurassic Park เดินเที่ยวให้ทั่วทั้งเจ็ดโซนและถ่ายรูปครอบครัวร่วมกับตัวการ์ตูนที่คุณรู้จักดี เช่น มินเนียนจาก Despicable Me

สำหรับมื้อกลางวัน เชิญแวะไปที่ ตันจงบีชคลับ เพื่อทานอาหารแสนอร่อย เช่น ซาลาเปาล็อบสเตอร์ และฟิชแอนด์ชิพสำหรับเด็กๆ หลังจากนั้น เอนหลังสักครู่ที่เก้าอี้เดย์เบดริมสระ หรือและไปสนุกที่ สวนน้ำแอดเวนเจอร์ โคฟ™ และสนุกตื่นเต้นกับสไลเดอร์และชมสัตว์น้ำนานาชนิด หรือหากต้องการทำกิจกรรมที่ตื่นเต้นเร้าใจกว่านี้ ลองไปเล่น สกายไลน์ ลูจ (Skyline Luge) เครื่องเล่นแบบกึ่งเลื่อนกึ่งรถโกคาร์ทที่สนุกสุดเหวี่ยงสำหรับคนทุกเพศทุกวัย

เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น คุณสามารถนั่งรถประจำทางไปที่ Quayside Isle ที่เซ็นโตซา โคฟ เพื่อมองหาร้านอาหารบรรยากาศดีๆ ที่มีให้เลือกมากมาย ขอแนะนำร้านอาหารกรีกที่ Mykonos On The Bay หรือชิมพิซซ่าแบบอิตาลีแท้ๆ ที่ SolePomodoro และอาหารทะเลสดๆ ที่ Greenwood Fish Market

วันที่ 3: เข้าชมพิพิธภัณฑ์ (แม้แต่พิพิธภัณฑ์เล็กๆ)

4 หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์ (National Gallery Singapore)

ช่วงเช้า

การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ไม่ใช่เป็นเพียงกิจกรรมสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น แต่เด็กๆ ก็สนุกได้เช่นกัน

เริ่มต้นการเดินทางที่ หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์ (National Gallery Singapore) ซึ่งจัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินท้องถิ่นและของเอเชียอาคเนย์จำนวนมากกว่า 8,000 ชิ้น เด็กๆ จะสนุกสนานในศูนย์การเรียนรู้ Keppel Centre for Art Education ที่มีพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร อันประกอบด้วยโซนศิลปะสี่โซน เช่น Art Playscape ที่ซึ่งเด็กๆ สามารถเดินตามแผนที่ลายแทงเพื่อไขความลับและพบกับตัวการ์ตูนใหม่ๆ ที่น่ามหัศจรรย์

5 พิพิธภัณฑ์ศิลป์และศาสตร์™ที่มารีน่า เบย์ แซนด์ส®

ช่วงบ่าย

หลังจากสนุกสนานในช่วงเช้าแล้ว เชิญแวะที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะวิทยาศาสตร์ (ArtScience Museum™) ที่ มารีน่า เบย์ แซนด์ส® เคล็ดลับ: ควรไปวันศุกร์เพราะเด็กๆ อายุไม่เกิน 12 ปีจำนวนไม่เกินสี่คน จะได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรี เมื่อซื้อบัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่หนึ่งใบ

นอกจากส่วนจัดแสดงหลัก ที่จะจัดแสดงผลงานผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปแล้ว คุณยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมทัวร์เที่ยวชมแบบมีไกด์ในรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟได้ด้วย อาทิ Future World และ The Universe & Art ทัวร์เที่ยวชมดังกล่าวจะมอบประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนานและนำไปปรับใช้ได้จริงสำหรับทั้งครอบครัว โปรดคลิก ที่นี่ เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางเวลาการเที่ยวชม

6 พิพิธภัณฑ์ของเล่นโบราณ (MINT Museum of Toys)

ช่วงเย็น

สุดท้าย สิ้นสุดวันอันสนุกสนานของคุณด้วยการแวะไปที่  พิพิธภัณฑ์ของเล่นโบราณของสิงคโปร์ (MINT Museum of Toys) พิพิธภัณฑ์แปลกๆ แห่งนี้รวบรวมของเล่นต่างๆ ในสมัยก่อน เช่น เจ้าหนูปรมาณู ป๊อปอาย และตินติน มาดูกันว่าตัวคุณและลูกๆ ของคุณรู้จักบรรดาของเล่นที่โชว์อยู่มากน้อยแค่ไหน และสนุกสนานไปกับตัวการ์ตูนในอดีตเหล่านี้

วันที่ 4: สัมผัสธรรมชาติ

7 สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens)

ช่วงเช้า

ให้ครอบครัวของคุณได้ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ โดยแบ่งออกเป็นสองช่วงคือการเที่ยวชมสวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ และการ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ ซึ่งเป็นสวนสวยระดับโลกทั้งสองแห่ง และมีสิ่งที่น่าสนใจให้คุณได้ชื่นชมมากมาย (รวมทั้งมีร้านอาหารบรรยากาศดีๆ ให้เลือกหลายร้าน ดังนั้น ไม่ต้องกังวลว่าคุณจะหิว)

ในช่วงเช้า ลองเดินไปเที่ยวชมสวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ที่มีอายุเก่าแก่ถึง 150 ปีแล้วและได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก สถานที่ที่ไม่ควรพลาดได้แก่ ทะเลสาบสวอน (Swan Lake) สวนกล้วยไม้แห่งชาติ ซึ่งรวบรวมกล้วยไม้หลากหลายพันธุ์มากที่สุดของโลกไว้ที่นี่ หรือสวนน้ำ Jacob Ballas Children's Garden ที่สนุกสนานและช่วยให้เด็กๆ เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม แวะไปทานอาหารกลางวันที่ Food for Thought ร้านอาหารที่เหมาะสำหรับเด็กๆ (มีพื้นที่ให้เด็กวิ่งเล่น) โดยเสิร์ฟอาหารเช่น เบอร์เกอร์หมู และสเต๊กและมันฝรั่งทอด

8 การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์

ช่วงบ่ายและช่วงเย็น

การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ส สวนสวยที่ทันสมัย โดยมีซูเปอร์ทรี สวนแนวตั้งที่เป็นที่รู้จักกันดี และมีความสูงถึง 50 เมตร อย่าพลาดชมจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น ฟลาวเวอร์โดม (เรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลก) และคลาวด์ฟอเรสต์ น้ำตกในร่มฝีมือมนุษย์ที่สูงที่สุดในโลก

สำหรับมื้อเย็น ขอแนะนำให้แวะไปที่ Supertree Dining ศูนย์อาหารในร่มแห่งนี้ มีร้านอาหารและภัตตาคารต่างๆ มากมาย อาทิ Peach Garden Noodle House (นำเสนออาหารจีนดั้งเดิม) และ Oriental Western& Bistro ร้านอาหารสำหรับครอบครัวที่มีเมนูสร้างสรรค์อย่าง ไก่พริกไทยดำ และข้าวผัด

วันที่ 5: สำรวจโลกวิทยาศาสตร์

9 ศูนย์วิทยาศาสตร์สิงคโปร์ (Science Centre Singapore)

ช่วงเช้า

วันนี้เป็นวันแห่งการเรียนรู้ ซึ่งจะใช้เวลาในช่วงครึ่งวันเช้าในการศึกษาหาความรู้ พาครอบครัวไปที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์สิงคโปร์ (Science Centre Singapore) เพื่อเรียนรู้ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ และนิทรรศการแบบอินเทอร์แอคทีฟมากกว่าหนึ่งพันรายการ ซึ่งจะให้ข้อมูลโดยละเอียดแก่ผู้เข้าชมทุกวัย

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงและการสาธิตให้คุณและครอบครัวได้ชม คุณจะได้เห็นการเกิดทอร์นาโดไฟ และถ้ากล้าพอ คุณจะเห็นแมลงสาบอย่างใกล้ชิดบนมือของคุณ

และถ้าคุณมีเวลาดูภาพยนตร์ แวะไปที่ Omni-Theatre โรงภาพยนตร์ทรงโดม IMAX แห่งเดียวของสิงคโปร์ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การชมภาพยนตร์เสมือนจริงที่ไม่มีที่ไหนเทียบได้

10 สิงคโปร์ ดิสคัฟเวอรี่ เซ็นเตอร์ (Singapore Discovery Centre)

ช่วงบ่ายและช่วงเย็น

คุณสามารถใช้เวลาที่เหลือทั้งวันไปกับสิงคโปร์ ดิสคัฟเวอรี่ เซ็นเตอร์ (Singapore Discovery Centre) สถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ความรู้แห่งนี้เน้นที่ความเป็นมาและอนาคตของสิงคโปร์ โดยจัดแสดงนิทรรศการและจุดเยี่ยมชมต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น SAFTI ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้ามาเยี่ยมชมได้รู้จักกับกองทัพของประเทศสิงคโปร์ และ "Battlefield Command" เกมเสมือนจริงของกองกำลังติดอาวุธสิงคโปร์ (SAF) รุ่นที่สาม เกมนี้นับเป็นเกมแรกที่ออกแบบมาสำหรับคนทั่วไป

วันที่ 6: เที่ยวป่าอันอุดมสมบูรณ์

11 ริเวอร์ซาฟารี (River Safari)

ช่วงเช้า

ใกล้ชิดกับเหล่าบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ในสวนสัตว์สามแห่ง ได้แก่ ริเวอร์ซาฟารี สวนสัตว์สิงคโปร์ และไนท์ซาฟารี

เริ่มต้นวันใหม่ที่ริเวอร์ซาฟารี ที่นี่เป็นสวนสัตว์ทางน้ำแห่งแรกของภูมิภาคนี้และยังเป็นบ้านของพะยูนหางกลมและเสือจากัวร์

แน่นอนว่า สัตว์ที่ต้องไปชมก็คือแพนด้ายักษ์ ไคไค และเจียเจีย ที่ไจแอนท์ แพนด้า ฟอเรสต์ และห้ามพลาด อะเมซอน ริเวอร์ เควสต์ ที่คุณสามารถใช้เวลาเพียง 10 นาทีเพื่อล่องเรือชมสัตว์ต่างๆ เช่น สมเสร็จบราซิล และตัวกินมดยักษ์

12 สวนสัตว์สิงคโปร์ (Singapore Zoo)

ช่วงบ่าย

พอตกบ่าย เชิญแวะไปที่สวนสัตว์สิงคโปร์ที่อยู่ใกล้ๆ กันเพื่อเพิ่มดีกรีความสนุก สวนสัตว์สิงคโปร์ในพื้นที่ 28 เฮคตาร์ที่ชนะรางวัลแห่งนี้ แบ่งออกเป็น 11 โซน

ลองเดินไปสำรวจ Fragile Forest เพื่อทำความรู้จักกับป่าฝนอันน่าทึ่ง เดินเที่ยวในอาณาจักรสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Primate Kingdom) หรือไปเยือนดินแดนออสเตรเลีย (Land Down Under) และตื่นตาตื่นใจไปกับฝูงจิงโจ้

นอกจากนี้ ยังมีโซนเรนฟอเรสต์ คิดส์เวิลด์ (Rainforest Kidzworld) ที่เด็กๆ จะสนุกกับสวนน้ำ ขี่ม้าหมุน และเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ จากโรงนา

13 ไนท์ซาฟารี (Night Safari)

ช่วงเย็น

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดก็ต้องเป็นไนท์ซาฟารี สวนสัตว์แห่งนี้เป็นสวนสัตว์แห่งแรกของโลกที่เปิดให้เข้าชมสัตว์ที่ออกหากินเวลากลางคืน เช่น ตัววัลลาบี และไฮยีน่าลายจุด คุณสามารถเดินดูรอบๆ สวนสัตว์เพื่อสำรวจโซนพื้นที่ต่างๆ ได้ แต่ถ้าจะให้ดีควรนั่งรถรางนำเที่ยว เพื่อชมโซนต่างๆ ที่จัดแบ่งตามพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ และใช้เวลาเที่ยวชมราว 40 นาที เช่น อิเควทอเรียลแอฟริกา (Equatorial Africa) และภูมิภาคอินโด-มาลายัน

วันที่ 7: ช้อปให้จุใจ

14 ถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road)

ช่วงเช้าและช่วงบ่าย

การช้อปปิ้งอาจเป็นงานอดิเรกที่เหมาะกับทุกคนในครอบครัว ขอเพียงแค่รู้ว่าควรจะไปที่ไหนเท่านั้น

อย่าลืมแวะไปที่ถนนออร์ชาร์ดเพื่อใช้เวลาช่วงเช้าและช่วงบ่ายในย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงระดับโลกแห่งนี้ ในย่านนี้มีห้างสรรพสินค้าสองแห่งที่เหมาะสำหรับเด็ก นั่นคือ: ห้างพารากอนและฟอรั่ม เพราะทั้งสองแห่งนี้มีพื้นที่วิ่งเล่นสำหรับเด็ก เพื่อให้ลูกๆ ของคุณได้สนุกสนานในขณะที่คุณไปเดินช้อปปิ้งที่ร้านแบรนด์ชั้นนำอย่าง Banana Republic และ Calvin Klein

15 วิโว่ซิตี้ (Vivo City)

ช่วงเย็น

เมื่อถึงเวลาเย็น ก็ได้เวลาแวะไปร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังอย่าง COACH และ Daiso (ร้านสาขาของญี่ปุ่นที่ขายสินค้าทุกอย่างในราคา 2 เหรียญสิงคโปร์) ได้ที่ วิโว่ซิตี้ เด็กๆ จะได้เล่นสนุกสนานที่สนามเด็กเล่นแบบเปิดที่ชั้นสองของห้าง และที่บริเวณสกาย พาร์คชั้นสาม ซึ่งเป็นสวนน้ำ

คู่มือท่องเที่ยวที่แนะนำกำหนดการท่องเที่ยวโดยละเอียดนี้จะแนะนำกิจกรรมที่น่าสนใจ แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารที่เหมาะสำหรับครอบครัวนี้ เพื่อให้ช่วงเวลาเจ็ดวันของคุณในสิงคโปร์เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด! หากต้องการทราบข้อเสนออื่นๆ โปรดดูหน้านี้

สิ่งอื่น ๆ

ที่น่าลอง