วันที่ 1: สำรวจในเมือง

1 กัมปง แกลม (Kampong Glam)

ช่วงเช้า

เริ่มต้นวันของคุณด้วยอาหารเช้าใน กัมโปงกลาม (Kampong Glam) ย่านที่เต็มไปด้วยสีสันนี้ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยชาวมาเลย์อาศัยอยู่ และย่านนี้ยังเต็มไปด้วยวัฒนธรรมและประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจมาก

ร้านขายอาหารที่เรียงรายเป็นแถวยาวไกลไม่มีที่สิ้นสุดนี้ขายอาหารมุสลิมอินเดียกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีอาหารเช้าสไตล์สิงคโปร์แบบคลาสสิกด้วย เชิญแวะที่ร้าน Singapore Zam Zam Restaurant เพื่อชิม ปราตา (โรตีแบบอินเดียใต้) ทานคู่กับแกงเผ็ดปลารสเข้มข้น

จากนั้นเดินสำรวจฮาจิ เลนที่เต็มไปด้วยร้านค้าแบบอินดี้มีเสื้อผ้าสไตล์วินเทจและเครื่องประดับกระจุกกระจิก เช่น Mondays Off ร้านบูติกที่ขายสินค้าหลากหลายแบรนด์ดัง และ Shop Wonderland ร้านบนอาคารสองชั้น

2 ซีวิค ดิสทริคท์

ช่วงบ่าย

ได้เวลาเที่ยงแล้ว เราจะพาคุณไปที่ ซีวิค ดิสทริคท์ เพื่อทานอาหารกลางวันกันที่ ราฟเฟิลส์ สิงคโปร์ บนถนนบีช ที่นี่มีร้าน The Halia ที่เสิร์ฟอาหารยุโรปสไตล์เอเชีย (ลองชิมเมนูแนะนำ สปาเก็ตตี้ปูผัดพริก เพื่อเข้าถึงรสชาติของสิงคโปร์) หลังจากอิ่มแล้ว เราจะเดินย่อยอาหารกันรอบ ๆ โรงแรมเพื่อชื่นชมกับอาคารสถาปัตยกรรมยุคโคโลเนียลที่สร้างแรงบันดาลใจนี้

จากนั้นแวะไปที่ หอศิลป์แห่งชาติ สิงคโปร์ (National Gallery Singapore) ที่เปิดใหม่เพื่อเพลิดเพลินกับการจัดแสดงงานศิลปะของเอเชียอาคเนย์ยุคใหม่ที่ใหญ่ที่สุดของโลก

3 แม่น้ำสิงคโปร์ (Singapore River)

ช่วงเย็น

ก่อนถึงอาหารเย็น เชิญลงเรือบัมโบ๊ทแบบดั้งเดิม (ดำเนินงานโดย สิงคโปร์ ริเวอร์ ครูซ) เพื่อสัมผัสกับ แม่น้ำสิงคโปร์ (Singapore River) ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งสถานที่สำคัญ ๆ เช่น ท่าเรือโบ๊ทคีย์ ท่าเรือคลาร์ก คีย์ และท่าเรือโรเบิร์ตสัน คีย์ จากนั้น ขึ้นเรือและมุ่งหน้าไปที่ท่าเรือคลาร์ก คีย์เพื่อเลือกชิมอาหารจากร้านอาหารหลากหลายที่มีให้เลือก รวมทั้งแหล่งบันเทิงยามค่ำคืน

หลังจากนั้น เราจะไปที่ ร้านไฮแลนเดอร์บาร์ (Highlander Bar & Restaurant) เพื่อชิมวิสกี้ซิงเกิลมอลต์และฟังเพลงที่เล่นสด

วันที่ 2: เที่ยวชมย่านใกล้เคียง

4 จู เชียต/กาตง (Joo Chiat/Katong)

ช่วงเช้า

สำหรับมื้อเช้า เชิญแวะที่ย่าน จู เชียต (Joo Chiat) ทางฝั่งตะวันออกเพื่อชิม คายา หรือขนมปังปิ้งไส้สังขยา อาหารเช้าที่เป็นที่นิยมในสิงคโปร์ที่ ร้านขนมชิ มี ชิน คอนเฟคชั่นนารี

คุณสามารถใช้เวลาที่เหลือของช่วงเช้าเดินสำรวจย่านนี้ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น "ย่านที่พักอาศัยของชาวเปอรานากัน (ชาวจีนช่องแคบ)" 

5 ไชน่าทาวน์

ช่วงบ่าย

เชิญไปเที่ยวที่ย่าน ไชน่าทาวน์ โดยก่อนอื่นต้องแวะที่ ศูนย์อาหารแม็กซ์เวล เพื่อชิมอาหารที่พลาดไม่ได้เป็นอันขาด เช่น ข้าวมันไก่จากร้านเถียนเถียน และน้ำอ้อยสดหวาน จากร้านเครื่องดื่มที่มีให้เลือกมากมายเลยทีเดียว

ตลอดช่วงบ่าย เชิญคุณเดินสำรวจย่านไชน่าทาวน์ให้พอใจ สถานที่ที่คุณควรแวะเที่ยวชมเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ก็เช่น วัดพระเขี้ยวแก้วและพิพิธภัณฑ์ จากนั้น ลองชิมของว่างแบบจีน เช่น รังนกที่ ร้านขนมเม่ฮวงหยุน  รับรองว่าเป็นของว่างยามบ่ายที่คุณต้องติดใจ และช่วยสร้างความสดชื่นท่ามกลางอากาศร้อนในช่วงกลางวัน

6 เตียง บาห์รู

ช่วงเย็น

จากนั้น ขึ้นแท็กซี่เพื่อมุ่งหน้าไปที่ย่าน เตียง บาห์รู เพื่อไปทานอาหารเย็นและจิบเครื่องดื่มแบบชิลล์ ๆ

ย่านนี้นับเป็นหนึ่งในย่านเก่าแก่ที่สุดของสิงคโปร์ แต่ก็คุ้มค่าที่จะแวะไปเที่ยวชมดูว่าโลกเก่าและโลกใหม่จะมาผสานกันอย่างลงตัวที่นี่ได้อย่างไร เลือกโต๊ะนั่งที่ร้าน บินโช (Bincho) ร้านขาย บะหมี่ป๊อก ๆ (บะหมี่เกี๊ยว) ตอนกลางวันและเปลี่ยนเป็นบาร์ในตอนกลางคืน โดยขายอาหารควบคู่กับเครื่องดื่มด้วย แล้วอย่าลืมแวะร้านหนังสือแนวอินดี้อย่าง BooksActually และร้าน Curated Records เพื่อเลือกซื้อแผ่นเสียงเพราะ ๆ ติดมือกลับบ้าน

วันที่ 3: เที่ยวชมธรรมชาติ (บวกช้อปปิ้ง)

7 สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens)

ช่วงเช้า

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการไปเที่ยวที่ สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens)

เพลิดเพลินกับความเขียวชอุ่มและความสงบร่มรื่นในสวนเขียวขจีที่มีอายุ 150 ปีแห่งนี้ ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกโลก (นับเป็นสถานที่แห่งแรกของสิงคโปร์) และอย่าพลาดสถานที่สำคัญ เช่น สวนกล้วยไม้แห่งชาติซึ่งเป็นสวนกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีพืชพรรณกว่า 60,000 ต้นรวมถึงกล้วยไม้

8 ถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road)

ช่วงบ่าย

หลังจากใช้เวลาตลอดเช้าเที่ยวสวน คราวนี้เราจะสลับสับเปลี่ยนไปเที่ยวที่ย่านช้อปปิ้งชั้นนำของสิงคโปร์บ้าง อย่างเช่น ถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road) ที่นี่ คุณจะพบสินค้าแบรนด์สากลระดับหรู แบรนด์ท้องถิ่น และอื่น ๆ อีกมากมายผสมผสานกันบนถนนเส้นนี้

เชิญแวะที่ ห้างพารากอน เพื่อเลือกชมเลือกซื้อสินค้าแบรนด์หรู เช่น Gucci และถ้าอยากประหยัดลงมาหน่อยก็ *SCAPE จากนั้น ช้อปให้ฉ่ำใจก่อนจะมองหาร้านแวะทานอาหารกลางวัน The Marmalade Pantry ที่ไอออน ออร์ชาร์ด ก็น่าสนใจเพราะเสิร์ฟอาหารตะวันตกรสชาติเยี่ยม เช่น ริซอตโตเห็ดทรัฟเฟิล และมีของหวานที่อร่อยไม่แพ้กัน เช่น เค้กอินทผาลัม และพุดดิ้งทอฟฟี่

9 บูกิส สตรีท (Bugis Street)

ช่วงเย็น

จากนี้เราจะไปสำรวจย่านบูกิสและลิตเติ้ลอินเดียกัน ไม่มีแหล่งช้อปปิ้งไหนเทียบเท่าที่บูกิส ย่านนี้เป็นย่านพื้นที่ที่คงความสวยงามในอดีตของตึกรามบ้านช่องไว้ และปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านค้าในธีมเกาหลีที่ทันสมัย รวมทั้งเป็นที่ที่เหมาะสำหรับการช้อปปิ้งแบบต่อราคาสินค้าได้ 

10 ลิตเติ้ลอินเดีย

พอถึงช่วงค่ำ เราจะไปเที่ยวที่ย่าน ลิตเติ้ลอินเดีย ซึ่งมีผู้คนเชื้อชาติต่าง ๆ ทั้งยังมีร้านขายเครื่องเทศ ร้านขายเครื่องประดับอัญมณี ร้านดอกไม้ และอื่น ๆ อีกมาก

สำหรับอาหารเย็น ลองชิมอาหารอินเดียใต้อร่อย ๆ เช่น เมนูแกงหัวปลาที่ขึ้นชื่อที่ ร้านบานาน่าลีฟ อโพโล ถ้าคุณสนใจจะซื้อของในย่านนี้ เชิญแวะที่ห้างสรรพสินค้า มุสตาฟา เซ็นเตอร์  ที่ขายของทุกอย่างเท่าที่คุณจะนึกได้ ที่สำคัญห้างนี้เปิดตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

ช่วงเวลาสามวันอาจดูเหมือนเป็นช่วงสั้น ๆ แต่ด้วยคู่มือนี้คุณจะสามารถเที่ยวชมสถานที่เด่น ๆ ของสิงคโปร์ได้ ในเมื่อคุณมีคำแนะนำแล้ว เราก็ไปตะลุยกันเลย!

หากอยากอยู่ต่อให้นานอีกสักนิด ลองดูที่ คู่มือเที่ยวสิงคโปร์นาน 7 วันสำหรับสัปดาห์ที่น่าตื่นเต้นในแดนแห่งสิงโตน้ำ

สิ่งอื่น ๆ

ที่น่าลอง