วันที่ 1: ชีวิตบนเกาะที่สวยงาม

1 เส้นทางเดินป่าธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำแม็ค ริตชี (MacRitchie Nature Trail & Reservoir Park)

ตอนเช้า เราจะมุ่งหน้าไปที่สวนสาธารณะบริเวณอ่างเก็บน้ำแม็ค ริตชี ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับน้ำในย่านใจกลางเมืองสิงคโปร์และเป็นแหล่งกำเนิดป่าฝนอันอุดมสมบูรณ์ "ป่าฝนนั้นก็คือภูมิอากาศแบบเส้นศูนย์สูตร และที่นี่ยังเต็มไปด้วยป่าฝนแบบดั้งเดิม" Subaraj พูดด้วยความภาคภูมิใจ

"ความหลากหลายทางธรรมชาตินั้นน่าทึ่งมาก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่โดยเฉพาะชาวตะวันตกที่มาเที่ยวสิงคโปร์นั้นไม่เคยเห็นป่าฝนมาก่อน พวกเขาจึงได้มาสัมผัสป่าแบบนี้เป็นครั้งแรก" Subaraj เล่า ถ้าคุณโชคดี คุณจะได้เดินข้ามเส้นทางนี้พร้อมกับเห็นฝูงลิงแม็กแคกหางยาวและตัวบ่าง

2 เขตอนุรักษ์ธรรมชาติพื้นที่ชุ่มน้ำซันไก บูลอร์ (Sungei Buloh Wetland Reserve)

ใช้เวลาช่วงบ่ายในการดูนก: Subaraj แนะนำสถานที่ดูนกที่เขตอนุรักษ์ธรรมชาติพื้นที่ชุ่มน้ำซันไก บูลอร์ เราขอแนะนำให้คุณใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันที่มรดกอุทยานแห่งอาเซียน ซึ่งเป็นแหล่งรวมสิ่งมีชีวิตต่างๆ มากมาย เช่น งูน้ำ นกกระสา และนาก เขตพื้นที่ชุ่มน้ำนี้ยังเป็นจุดแวะพักของฝูงนกอพยพที่เดินทางจากไซบีเรียไปออสเตรเลียอีกด้วย ถ้าคุณมาเที่ยวสิงคโปร์ในช่วงเดือนกันยายนถึงมีนาคม คุณอาจจะได้เห็นนกปากแอ่นหางดำที่กำลังอพยพ

"ซุนเก บูเลาะห์ เป็นแหล่งหาอาหารสุดท้ายของฝูงนกอพยพเหล่านี้" Subaraj กล่าว "ฝูงนกเหล่านี้บางฝูงเดินทางมาไกลกว่า 12,000 กิโลเมตรเพื่ออพยพจากพื้นที่ในเขตหนาวเย็นสู่เขตร้อน"

3 สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens)

ใช้เวลาช่วงเย็นของคุณอย่างผ่อนคลายที่สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ สวนแห่งนี้เป็นแหล่งรวมพันธุ์พืชหลากหลายชนิดและนกนานาพันธุ์ รวมทั้งได้รับการยกย่องโดยองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก และตั้งอยู่ใจกลางเมืองสิงคโปร์ จึงสามารถเดินทางไปได้สะดวก อีกทั้งยังแวดล้อมด้วยอาคารสไตล์โคโลเนียลที่ปัจจุบันกลายเป็นร้านอาหารระดับหรู การมาเที่ยวป่าที่เต็มไปด้วยสิ่งน่าเรียนรู้นี้นับว่าคุ้มค่ามาก และที่นี่ยังมีต้นไม้พันธุ์ที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย โดย Subaraj ก็เป็นคนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้

วันที่ 2: ล่องเรือแสนสนุก

4 เกาะปูเลา อูบิน (Pulau Ubin)

Subaraj และเกาะปูเลา อูบินนั้นมีความเป็นมาร่วมกันอันยาวนาน กล่าวคือ นักอนุรักษ์ธรรมชาติผู้นี้เป็นหนึ่งในผู้สนใจความเป็นธรรมชาติและสิ่งที่ควรอนุรักษ์ไว้ของเกาะแห่งนี้ เขาจึงได้เคลื่อนไหวเพื่อช่วยอนุรักษ์เกาะแห่งนี้ ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของสิงคโปร์ และต่อต้านไม่ให้เกาะนี้ถูกเปลี่ยนเป็นนิคมอุตสาหกรรมและบ้านพักอาศัย "เกาะปูเลา อูบินยังเป็นดินแดนของสิงคโปร์ที่สวยงามเช่นอดีต อย่างที่เคยเป็นเมื่อ 40 ปีก่อน" Subaraj กล่าว "ที่นี่ธรรมชาติดำรงอยู่คู่กับมนุษย์ได้เป็นอย่างดี คุณจะพบสัตว์ป่าในสวนผลไม้ นกเงือกในหมู่บ้าน และนกกระสานวลในเหมืองหิน

เริ่มต้นเช้าที่สดใสด้วยการชมทัศนียภาพยามดวงอาทิตย์ขึ้น ถ้าคุณอยากชิมอาหารเช้าแบบด่วนๆ ลองทานนาซิเลอมัก (ข้าวมันหุงด้วยกะทิและใบเตย และยังมีอาหารข้างเคียงอื่นๆ คือ ไข่เจียว ปลาทอด และปลาชิ้งชั้ง) ที่ร้านChangi Village Food Centre ซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่ง อิ่มท้องแล้ว ก็นั่งเรือบัมโบ๊ทข้ามไปยังเกาะปูเลาอูบิน ที่มีทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อไหว้สักการะ หนองน้ำ และยังเป็นแหล่งรวมพันธุ์ไม้และสัตว์ต่างๆ การออกสำรวจเกาะด้วยการขี่จักรยานนั้นเป็นวิธีที่เหมาะมาก และที่นี่ก็มีจักรยานให้เช่าที่คุณสามารถเลือกใช้บริการได้จากตู้บริการอัตโนมัติที่กระจายอยู่ทั่วไป

5 เชคจาวา
(Chek Jawa)

อย่าลืมแวะไปที่ฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะปูเลา อูบิน ซึ่งเป็นที่ตั้งของพื้นที่ชุ่มน้ำเชคจาวา เชคจาวาเป็นแหล่งรวมสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติหกชนิด ไล่ตั้งแต่ชายหาดที่เต็มไปด้วยหิน จนถึงทะเลสาบลากูนที่มีหญ้าทะเล ที่นี่จึงเป็นเสมือนโลกใบเล็กที่เต็มไปด้วยระบบนิเวศแบบต่างๆ ที่คุ้มค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ Subaraj เป็นคนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ความสำคัญของสถานที่ที่มีเอกลักษณ์แห่งนี้ และเขามักจะยกย่องประชาชนทั่วไปที่ร่วมกันอนุรักษ์พื้นที่แห่งนี้ "พวกผู้ร่างกฎหมายมาที่เชคจาวาและเห็นผู้คนถึง 700 คนที่มาเที่ยวชมธรรมชาติที่นี่ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อาจปฏิเสธ [ถึงความสำคัญของ] ที่นี่" เขาเล่า

ปัจจุบัน พื้นที่ชุ่มน้ำเชคจาวายังคงเป็นสถานที่ยอดนิยมของกลุ่มนักเรียน ผู้รักธรรมชาติ และช่างภาพต่างๆ ที่มาเรียนรู้ธรรมชาติและหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมือง

สิ่งอื่น ๆ

ที่น่าลอง