ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ที่ปรับปรุงใหม่ของเรา ค้นหาเพิ่มเติมว่าทำไมเราจึงต้องอัปเกรดและบอกเราว่าคุณมีความคิดเห็นอย่างไรได้ ที่นี่

อนุสาวรีย์ราฟเฟิลส์ตั้งอยู่ในบริเวณที่เชื่อกันว่าเป็นจุดที่ราฟเฟิลส์ก้าวเท้าขึ้นฝั่งครั้งแรกบนเกาะสิงคโปร์ในปี ค.ศ. 1819

ถ่ายภาพโดย Shiny Things via Foter.com

รูปปั้นของราฟเฟิลส์ซึ่งทำจากหินอ่อนผิวแข็งสีขาว ยืนอยู่ในท่ากอดอกและมองออกไปยังท้องทะเลอย่างครุ่นคิด ซึ่งตั้งอยู่ที่แม่น้ำสิงคโปร์ เป็นสถานที่ที่มักจะมีผู้นิยมมาถ่ายรูปกันเป็นจำนวนมาก

ถ่ายเซลฟี่กับรูปปั้นอันเลื่องชื่อนี้ที่ราฟเฟิลส์ แลนดิ้ง ไซต์ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเป็นบริเวณที่เชื่อกันว่าเป็นจุดที่ราฟเฟิลส์ก้าวเท้าขึ้นฝั่งครั้งแรกบนเกาะสิงคโปร์ในปี ค.ศ. 1819

รูปปั้นหินอ่อนสีขาวนี้แท้ที่จริงแล้วเป็นการลอกเลียนแบบมาจากรูปปั้นเดิมที่ทำจากทองสำริดสีเข้ม และถูกนำมาประดิษฐานไว้ ณ ที่แห่งนี้ในปี ค.ศ. 1969 เพื่อเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 150 ปีแห่งการก่อตั้งสิงคโปร์

หากคุณต้องการชมรูปปั้นชิ้นแรกที่มีอายุเก่าแก่กว่ามาก ก็สามารถไปชมได้ที่ วิกตอเรีย เมโมเรียล ฮอลล์ (Victoria Memorial Hall) ที่เอ็มเพรสเพลส (Empress Place) ซึ่งสามารถเดินไปได้ในระยะทางไม่ไกลนัก อนุสาวรีย์ราฟเฟิลส์ ปั้นโดยประติมากรผู้เลื่องชื่อ โทมัส วูลเนอร์ (Thomas Woolner) มีการเปิดอนุสาวรีย์อย่างเป็นทางการในวันฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งการครองราชย์ของสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียแห่งอังกฤษ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 1887

คนเหล็กแห่งสิงคโปร์

ผู้ที่สนใจเรื่องความรู้รอบตัวและเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจะชอบฟังเรื่องราวความเป็นมาของอนุสาวรีย์ราฟเฟิลส์แห่งแรก มีอยู่เรื่องหนึ่งที่กล่าวว่า เมื่อเปิดอนุสาวรีย์ในครั้งแรก มีผู้ตั้งชื่อเล่นให้อนุสาวรีย์แห่งนี้ว่า ออรัง เบซี (orang besi) (ซึ่งแปลว่า“คนเหล็ก” ในภาษามาเลย์)

เรื่องที่ค่อนข้างแปลกอีกเรื่องก็คือ อนุสาวรีย์แห่งแรกได้ถูกย้ายมาจากที่ตั้งเดิม ซึ่งอยู่ที่ปาดัง (Padang) ในปี ค.ศ. 1919 ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะรูปปั้นของท่านราฟเฟิลส์มักจะถูกลูกฟุตบอลลอยมากระแทกเป็นประจำในระหว่างที่มีการเตะฟุตบอลในบริเวณดังกล่าว และผู้ชมฟุตบอลที่สนามปาดังในยุคแรก ๆ ก็นิยมมาจับจองที่นั่งที่ฐานอนุสาวรีย์ราฟเฟิลส์เพื่อที่จะดูเกมฟุตบอลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ในช่วงที่สิงคโปร์ถูกยึดครองโดยญี่ปุ่น อนุสาวรีย์ราฟเฟิลส์ได้ถูกย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์โชนาน (Syonan Museum) (หรือพิพิธภัณฑ์ราฟเฟิลส์) นอกจากนี้ยังเชื่อกันโดยทั่วไปว่ากองทัพญี่ปุ่นตั้งใจที่จะนำรูปปั้นไปหลอมเพื่อเอาทองสำริด  ต่อมาได้มีการนำรูปปั้นนี้กลับมาประดิษฐานใหม่อีกครั้งที่เอ็มเพรสเพลส (Empress Place) ในปี ค.ศ.1946

ทุกวันนี้ อนุสาวรีย์ราฟเฟิลส์ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติอย่างหนึ่งของสิงคโปร์ (มีผู้นิยมนำรูปปั้นรุ่นสีขาวไปทำเป็นของที่ระลึกให้ดูเก๋ไก๋) และยังคงเป็นสัญลักษณ์ของสิงคโปร์สมัยใหม่ตลอดมา

ประสบการณ์จากนักท่องเที่ยว

แบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวของคุณหรือสำรวจดูว่าคนอื่น ๆ พูดถึงที่นี่อย่างไรบ้าง

#sghistory บน Instagram

TripAdvisor

และลองดู