ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ที่ปรับปรุงใหม่ของเรา ค้นหาเพิ่มเติมว่าทำไมเราจึงต้องอัปเกรดและบอกเราว่าคุณมีความคิดเห็นอย่างไรได้ ที่นี่

วันฉลองการสิ้นสุดเดือนรอมฎอนอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลามคือวันตรุษอีด (Eid) ซึ่งในสิงคโปร์เรียกว่าวันฮารีรายอ อีดิลฟิตรี หรือวันฮารีรายอ ปัวซา เดือนรอมฎอนเป็นช่วงเวลาแห่งการสำนึกผิดอย่างจริงจังสำหรับชาวมุสลิม โดยมีการอดอาหารตั้งแต่รุ่งสางจนถึงพลบค่ำเป็นเวลา 30 วัน โดยประมาณ ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามยังอุทิศเวลาส่วนใหญ่ของเดือนนี้ไปกับการบูชาองค์อัลเลาะห์ การให้ทาน และงานสาธารณกุศลต่าง ๆ รวมไปถึงการกระทำที่แสดงถึงเมตตาธรรมต่อเพื่อนมนุษย์

การพินิจใคร่ครวญและการเฉลิมฉลอง
วันฮารีรายอ อีดิลฟิตรี ในสิงคโปร์มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า วันตรุษอีด (Eid)

ครอบครัวชาวมาเลย์จำนวนมากในสิงคโปร์ จะสวมเสื้อผ้าใหม่ในโทนสีเดียวกัน กล่าวคือ ผู้ชายจะสวมเสื้อเชิ้ตหลวม ๆ และนุ่งกางเกงที่เรียกว่า “บาจู มลายู” ส่วนผู้หญิงจะสวมชุด “บาจู กุรุง” ซึ่งเป็นชุดยาวหลวม ๆ ที่เย็บกระโปรงกับเสื้อติดเป็นชุดเดียวกัน

วันฮารีรายอจะเริ่มต้นด้วยการไปมัสยิด ซึ่งจะมีการสวดมนต์ด้วยบทสวดพิเศษสำหรับวันสำคัญนี้ หลังจากนั้นจึงเดินทางไปเยี่ยมพ่อแม่ โดยตามธรรมเนียมดั้งเดิม ชาวมุสลิมจะกล่าวขออภัยจากผู้ที่อาวุโสกว่าเพื่อให้ยกโทษในสิ่งที่ตนได้กระทำผิดไปในรอบปีที่ผ่านมา จากนั้นจึงค่อยเดินสายไปเยี่ยมญาติสนิทมิตรสหาย ซึ่งมีการเตรียมอาหารการกินเอาไว้ต้อนรับแขก

ของกินแสนอร่อย
เทศกาลฮารีรายอ อีดิลฟิตรีในสิงคโปร์ยิ่งสนุกสนานรื่นเริงมากขึ้นเมื่อมีงานออกร้านขายอาหารพื้นบ้านมาเลย์แสนอร่อย

หากโชคดีได้รับเชิญไปร่วมทานอาหารเฉลิมฉลองวันฮารีรายอ คุณจะพบว่ามีอาหารต่าง ๆ มากมายเตรียมไว้รอเสิร์ฟ อาทิเช่น “เร็นดัง” เนื้อวัว (สตูเนื้อรสเผ็ด), “แกงซายูร์โลเดะฮ์” (ผักต้มในน้ำกะทิข้น) และ “ซัมบัล” (น้ำพริก) รับประทานคู่กับข้าวสวย และ “ขนมเคตูพัท” (เค้กข้าว)

ส่วนขนมหวานก็อร่อยไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ “ขนมกูเอห์”  (ขนมเค้ก) ลองชิม “ออนเดะห์-ออนเดะห์” ขนมลูกกลม ๆ เคี้ยวหนึบหนับพร้อมไส้น้ำตาลปึกนุ่มเหนียวที่แตกในปาก หรือ “ปูตู ปิริง” หรือขนมที่ทำจากแป้งข้าวเจ้าแล้วนำไปนึ่ง โรยด้วยมะพร้าวขูดหวานอร่อย

สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์

สีสันอันเจิดจ้า

ไฮไลท์อีกอย่างของวันฮารีรายอ อีดิลฟิตรีก็คือ การได้ชมสตรีชาวมาเลย์สวมชุด “บาจู กุรุง” ที่สวยที่สุด ซึ่งบางครั้งก็ประดับด้วยผ้าคลุมศีรษะ (“ตูดุง”) ที่เข้าชุดกัน ด้วยสีสันที่สดใส ลวดลายที่มีชีวิตชีวา และฝีมือการเย็บอันประณีตบรรจงตามแนวคอปกของชุดบาจู ซึ่งมักทำจากผ้าไหมหรือผ้าบาติกย้อมมือ จึงทำให้ชุดดังกล่าวดูงดงามเสียจนทุกคนมองอย่างชื่นชม ชุดประจำชาติมาเลย์นี้ยังคงมีการสวมใส่กันมาจนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากสวมใส่สบายและเหมาะกับภูมิอากาศแบบอบอุ่นของสิงคโปร์

#sgaidilfitri บน Instagram

และลองดู