ฉีกแนวกำหนดการเดินทางแบบเดิมๆ ในโบรชัวร์แนะนำการท่องเที่ยว แล้วค้นหาประสบการณ์ที่คาดไม่ถึง เริ่มจากขึ้นรถไฟฟ้า MRT (Mass Rapid Transit) แล้วแวะสถานีเหล่านี้ตามเส้นทางสาย East-West

ตึกแถวในย่าน Joo Chiat (จู เชียต)

สถานี Eunos

ย่าน Joo Chiat อันเก่าแก่ มีหลายอย่างให้เดินสำรวจ และอยู่ไม่ไกลจากสถานี Eunos คุณจะสังเกตเห็นตึกแถวสีสันสดใสที่มีเสน่ห์แบบเก่า ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบเปอรานากัน*ยุคก่อนสงคราม ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้

*คำในภาษาอินโดนีเซีย/มาเลย์ที่แปลว่า "เกิดในท้องถิ่น" โดยทั่วไปแล้ว หมายถึงชาวจีนเชื้อสายมลายู/อินโดนีเซีย

ถ้าคุณสนใจในเรื่องวัฒนธรรมและมรดกสืบทอด เชิญแวะไปที่วัด Kuan Im Tng Temple (วัดเจ้าแม่กวนอิม) และเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับชาวพุทธ ผู้นับถือลัทธิเต๋า และคำสอนแบบขงจื๊อ ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีชื่อเสียงของ Ernest Zacharevic ที่อาคาร Joo Chiat Terrace (จู เชียต เทอร์เรซ) ซึ่งแสดงภาพในอดีตของสิงคโปร์

แต่ถ้าคุณอยากผจญภัย ลองไปที่ถนน Still Road South (สติล โร้ด เซาท์) และมองหาแมนชั่นที่ถูกทิ้งร้าง ซึ่งเป็นอาคารหรูหราที่มีเสน่ห์ท่ามกลางสวนเขียวขจี

หากคุณรู้สึกหิว เดินไปอีกหน่อยตามถนน East Coast (อีสต์ โคสต์) แล้วเลือกรับประทานอาหารที่คุณต้องการ ตรงไปที่ร้าน Sinpopo (ซินโปโป) เพื่อชิมอาหาร Mod-Sin (สิงคโปร์สมัยใหม่) ลองทาน นาซิเลอมัก (ข้าวมันที่ทานคู่กับไข่เจียว ปลาทอด และปลากรอบ) ซึ่งเสิร์ฟสำหรับสองที่ แล้วดับความกระหายด้วยเครื่องดื่ม Katong Jelly (โซดามะนาวกับเยลลี่)

เมื่อเติมพลังจนเต็มอิ่มแล้ว เชิญผ่อนคลายด้วยการช้อปปิ้งที่ร้านแนวอินดี้ Cat Socrates (แคท โซเครตีส) ซึ่งมีเครื่องประดับและของกระจุกกระจิกราคาย่อมเยา รวมถึงเสื้อผ้าแฟชั่นท้องถิ่นของร้าน Haus of Egg3 (เฮาส์ออฟเอ็กทรี)


สถานี Outram Park
อาคาร Pinnacle@Duxton ตั้งอยู่เคียงข้างตึกแถวแบบเก่าแก่ตามถนน Tanjong Pagar Road (ตันจง ปาการ์)

สถานี Outram Park เป็นประตูไปสู่ย่านที่มีเสน่ห์ที่สุดอีกย่านหนึ่งในสิงคโปร์ จากสถานีรถไฟฟ้า MRT ให้ไปที่ถนน Duxton Hill (ดักซ์ตัน ฮิลล์) ที่นี่มีกาแฟหอมกรุ่นรอคุณอยู่

เริ่มต้นวันใหม่ที่ร้าน Drury Lane Café (ดรูรี่ เลน คาเฟ่) หากอยากลิ้มลองอาหารท้องถิ่นแบบไม่เหมือนใคร ให้สั่งอาหารจานพิเศษของที่นี่ นั่นคือ ไข่เบเนดิกท์กับกุ้งย่าง ราดหน้าด้วยซอสไข่แดงจากไข่เค็ม นอกจากนี้ ยังมีร้าน Fat Prince (แฟต พรินซ์) ที่ห่างออกไปประมาณสองถนน โดยเป็นร้านอาหารสไตล์ออตโตมัน เหมาะสำหรับการนั่งจิบชาหรือกาแฟตอนกลางวัน และทานอาหารค่ำ พร้อมกับดื่มค็อกเทลตอนกลางคืน

แต่หากต้องการชิมอาหารเช้าที่มีให้บริการตลอดทั้งวัน หรือจะเป็นสลัด พาสต้า และชาหรือกาแฟสักถ้วย ลองไปที่ร้าน Group Therapy (กรุ๊ป เทอราปี) ซึ่งเป็นร้านกาแฟแบบเรียบง่ายบนชั้นสองของตึกแถวที่มีเสน่ห์ คุณควรเตรียมท้องไว้สำหรับของหวานด้วย เพราะที่ร้านนี้พร้อมเสิร์ฟบัตเตอร์มิลค์ วอฟเฟิลให้คุณ

ส่วนใครที่ชอบรสชาติแบบท้องถิ่น ให้ไปที่ศูนย์อาหาร Tanjong Pagar Plaza Market & (ตันจง ปาการ์ พลาซ่า มาร์เก็ต) แล้วชิมนาซิเลอมัก และหย่งเต้าฝู่ (เย็นตาโฟ)


Ann Siang Street (ถนนแอนเซียง) ที่คึกคักจอแจมักมีผู้คนมานั่งรับประทานอาหารกันบนถนนคนเดิน

ห่างไปอีกสักหน่อย คุณจะพบแหล่งรวมร้านอาหารที่น่าตื่นตาตื่นใจ Ann Siang Hill (ภูเขาแอนเซียง) และ Club Street (คลับสตรีท) ลองชิมนาซิเลอมัก ที่ร้าน The Coconut Club (เดอะโคโค่นัท คลับ) ส่วนร้าน Lolla (ลอลล่า) จะเป็นอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน หรืออาจเลือกรับประทานอาหารสไตล์อิตาเลียนที่ร้าน Senso (เซ็นโซ่)

คุณควรรอจนถึงช่วงเวลาหลังดวงอาทิตย์ตก เพราะบรรยากาศจะน่าตื่นเต้นอย่างแท้จริง หลังจากเที่ยวชมสถานที่ในยามค่ำคืนแบบท้องถิ่นแล้ว เชิญแวะดื่มสักเล็กน้อยที่ร้าน Oxwell & Co (อ็อกซ์เวลล์แอนด์โค) หรือ Gem Bar (เจ็ม บาร์) หรือชิมเครื่องดื่มปิสโกที่รูท็อปบาร์ Tiger’s Milk (ไทเกอร์ส มิลค์)

ถ้าคุณกำลังมองหาที่พักที่ไม่ธรรมดา ลองจองที่พักที่ Adler Luxury Hostel (แอ็ดเลอร์ ลักชัวรี่ โฮสเทล) (ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในโฮสเทลสำหรับแบ็คแพ็คเกอร์ที่น่าสนใจที่สุดที่คุณเคยเข้าพัก) หรือ Dorsett Hotel (โรงแรมดอร์เซ็ตต์) บูทีคโฮเท็ลที่อยู่ใกล้ Chinatown


สถานี Queenstown

การไปช้อปปิ้งที่ Orchard Road (ถนนออร์ชาร์ด) นั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่ถ้าคุณกำลังมองหาทางเลือกอื่นๆ ลองแวะไปที่ห้างสรรพสินค้า Queensway Shopping Centre (ควีนส์เวย์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์) ที่ผู้คนชื่นชอบดูสิ ที่นี่มีอุปกรณ์กีฬาหลากหลายแบบที่ราคาไม่แพง จากนั้น ให้ไปที่ห้าง Anchorpoint (แองเคอร์พอยท์) ที่มีเอาท์เล็ตมากมาย เช่น Cotton On, Charles & Keith ซึ่งจำหน่ายรองเท้าสวยๆ โดยเฉพาะ รวมถึงร้าน TYPO ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องเขียน

จากนั้น ไปสำรวจประวัติศาสตร์ของย่าน Queenstown (ควีนส์ทาวน์) โดยไปเยือนบังกะโลสีขาว-ดำสไตล์โคโลเนียลที่ Wessex Estate (เวสเซ็กส์ เอสเตท) บังกะโลในย่านนี้มีความงดงาม เสน่ห์ของวันวาน ตลอดจนกลิ่นอายของอดีตในทศวรรษที่ 1940 โดยได้รับการสร้างขึ้นครั้งแรกให้เป็นที่พำนักสำหรับเจ้าหน้าที่และนายทหารอังกฤษชั้นประทวน ระหว่างเยี่ยมชม อย่าลืมแวะไปที่ร้าน Colbar (โคลบาร์) ซึ่งเป็นร้านอาหารแนววินเทจที่มีเสน่ห์ โดยครั้งหนึ่งเคยเป็นโรงอาหารของทหารอังกฤษในช่วงก่อนการประกาศอิสรภาพของสิงคโปร์


Jurong East (จูร่ง อีสท์)
อุโมงค์แบบอินเทอร์แอคทีฟสีสันสดใสที่ Science Centre Singapore (ศูนย์วิทยาศาสตร์สิงคโปร์)

ขณะที่ฝั่งตะวันตกของสิงคโปร์นั้นขึ้นชื่อว่ากว้างใหญ่เกินกว่าที่จะไปเยี่ยมชมได้ แต่รถไฟฟ้า MRT สาย East-West ก็สามารถเดินทางไปได้อย่างสะดวก แวะที่สถานี Jurong East แล้วหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองไปที่อ่างเก็บน้ำ Pandan Reservoir ถ้าคุณต้องการชมวิวดวงอาทิตย์ตก พื้นที่ริมน้ำอันเงียบสงบนี้เป็นจุดที่มองเห็นทัศนียภาพได้กว้างไกล แต่อย่าลืมถ่ายภาพลง Instagram ด้วยล่ะ

ที่นี่ไม่ได้มีแค่กิจกรรมกระโดดเท่านั้น แต่ยังมีสนามดอดจ์บอลให้คุณลองฝึกฝีมือ หรือท้าทายตัวเองด้วยการปีนเขา ผู้ที่มาเที่ยวกันเป็นครอบครัว ควรแวะไปที่ Science Centre Singapore (ศูนย์วิทยาศาสตร์สิงคโปร์) ปลุกพลังของไอน์สไตน์ในตัวคุณ พร้อมกับตื่นตาตื่นใจไปกับนิทรรศการต่างๆ ของ Science Centre อันได้แก่ การแสดงขดลวดเทสล่าที่น่าตื่นเต้น และการสาธิตปรากฏการณ์ทอร์นาโดไฟที่น่าประทับใจ (เด็กๆ อย่าไปลองทำที่บ้านนะ!)