สิงคโปร์มีภัตตาคารชั้นดี แหล่งช้อปปิ้ง และสถานที่ให้เที่ยวชมมากมาย ชนิดที่คุณเลือกกันไม่ไหวเมื่อต้องจัดโปรแกรมทัวร์ไปท่องเที่ยวดินแดนสิงโตแห่งนี้ เราพร้อมช่วยคุณเสมอ มาลองเลือกรายการทัวร์เด็ดๆ จากเหตุผล 12 ข้อต่อไปนี้ที่คุณต้องไปเยือนสิงคโปร์ให้ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้รับประกันโดยคนสิงคโปร์เอง

ย่านใกล้เคียง ภาพโดย Helmut Ignat

ขนมอบสไตล์สิงคโปร์
บรรยากาศภายนอกร้านขนมหวาน Chin Mee Chin ที่ย่าน Katong (กาตง)

อันดับแรก คุณต้องไปทานของหวานแบบสิงคโปร์ให้ฉ่ำใจ มุ่งหน้าไปยังร้านขนมหวานขึ้นชื่อ อาทิ ร้าน Chin Mee Chin (เพื่อชิมขนมปังปิ้งไส้สังขยา (Kaya Toast) สักชิ้น) และร้าน Dona Manis Cake Shop (อย่าลืมชิมช็อกโกแลตทาร์ตของทางร้านที่ขายหมดเร็วมาก) แต่ต้องขอเตือนไว้ก่อนว่า คุณต้องต่อแถวยาวอยู่สักหน่อย แต่ถึงอย่างนั้น รับรองว่าขนมแสนอร่อยเหล่านี้คุ้มค่ากับการรอคอยอย่างแน่นอน ขนมขึ้นชื่อของทางร้านมักจะขายหมดก่อนเที่ยง ดังนั้น คุณต้องไปให้ถึงแต่เช้า


ปาซาร์ มาลัม

มุ่งหน้าไปยัง pasar malam (ปาซาร์ มาลัม) (ภาษามาเลย์แปลว่า "ตลาดกลางคืน") เพื่อไปลองชิมของอร่อยเพิ่มเติมอีก เช่น เบอร์เกอร์ Ramly (รามลี่) (เบอร์เกอร์เนื้อวัวหรือไก่สับละเอียด ใส่มาการีน ชีส กะหล่ำปลี หอมใหญ่ ไข่ และคลุกเคล้าด้วยเครื่องปรุง) ตูตูกูเอห์ (tutu kueh) (ขนมชั้น) และ มูอะห์จี (ขนมทำจากแป้งข้าวเหนียวปั้นเป็นลูกกลม นำไปคลุกถั่วป่นและราดน้ำเชื่อม) ขนมแสนอร่อยเหล่านี้ซึ่งมีขายตาม ปาซาร์ มาลัมหลายแห่ง โดยปกติจะมีราคาถูกมาก ดังนั้นจึงเป็นโอกาสอันดีที่คุณจะได้ลิ้มลองรสชาติขนมของคนสิงคโปร์แบบขนานแท้และดั้งเดิมโดยไม่ต้องกังวลว่ากระเป๋าจะฉีก ปาซาร์ มาลัมยังมีมุมสำหรับคอเกมและมีร้านค้าแผงลอยให้คุณเดินช้อปปิ้ง ซึ่งมีสินค้าแทบทุกอย่าง ตั้งแต่เคสโทรศัพท์มือถือไปจนถึงตุ๊กตาผ้านุ่มๆ รูปสัตว์ต่างๆ เนื่องจากปาซาร์ มาลัมเป็นตลาดนัดที่เคลื่อนย้ายไปจัดตามสถานที่ต่างๆ ดังนั้น สิ่งที่สนุกที่สุดในการไปเที่ยวปาซาร์ มาลัมก็คือ เราไม่รู้เลยว่าตลาดนัดนี้จะไปขายที่ไหนและเมื่อไร


ไอศกรีมข้างทาง
คนหนุ่มสาวกำลังซื้อไอศกรีมจากรถขายไอศกรีมแซนด์วิชบน Orchard Road

ลองถามคนสิงคโปร์ท้องถิ่นคนไหนก็ได้ พวกเขาอาจจะบอกคุณว่ารถไอศกรีมข้างทางคือร้านขายขนมหลักในวัยเด็กของพวกเขา รถตระเวนขายไอศกรีมเหล่านี้กลายเป็นของคู่กับย่านธุรกิจการค้าอันพลุกพล่านอย่าง Orchard Road (ถนนออร์ชาร์ด) และ Marina Bay (อ่าวมารีน่า) โดยไอศกรีมนี้มีราคาถูกมากเพียงแค่ S$1 ไอศกรีมที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่ใส่ "ถ้วย" หรือ "โคน" แต่คุณสามารถสั่งไอศกรีมแบบแซนด์วิชโดยใช้วาฟเฟิลบิสกิต หรือขนมปังแผ่นสีรุ้งอันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ก็ได้ด้วย ที่สำคัญ การซื้อไอศกรีมเดินไปกินไปนั้น เป็นวิธีคลายร้อนที่ดีที่สุดสำหรับเมืองร้อนแบบนี้


มีการปิดถนนในช่วงวันเสาร์อาทิตย์
รถยนต์แล่นผ่านบาร์ในย่าน Ann Siang Hill (แอนเซียงฮิลล์)

บางครั้งก็มีการปิดถนนสายต่างๆ ในย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่แสนคึกคัก เช่น Holland Village (ฮอลแลนด์วิลเลจ) และ Club Street (คลับสตรีท) ดังนั้น คุณจึงสามารถปาร์ตี้กันให้ฉ่ำใจแบบหายห่วง Holland Village จะมีการปิดถนนไม่ให้รถราผ่านทุกวันในเวลาหนึ่งทุ่ม ในขณะที่ Club Street จะมีการปิดถนนทุกคืนวันศุกร์และเสาร์ตั้งแต่หนึ่งทุ่มจนถึงตีสอง นอกจากนี้ ยังมี Car-Free Sunday (คาร์ฟรีซันเดย์) ซึ่งในวันดังกล่าวย่านธุรกิจและย่านศิลปวัฒนธรรมกลางเมืองจะถูกเนรมิตให้กลายเป็นย่านถนนคนเดิน และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขี่จักรยาน โดยจัดขึ้นทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน


ค้นหาบาร์ลับ
บาร์ที่ Operation Dagger ซึ่งตั้งอยู่ที่ Ann Siang

หากคุณกำลังมองหาปริศนาลึกลับยามค่ำคืน ลองไปที่ The Other Room บาร์ที่ซ่อนตัวจากสายตาของผู้คนและต้องใช้รหัสผ่าน (คำแนะนำ: คุณสามารถดูรหัสผ่านได้จาก Facebook ของทางร้านหรือจากร้านอาหารที่อยู่ติดกัน) หรือตรงไปที่ Operation Dagger บาร์ใต้ดินที่ดูเหมือนธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา ซ่อนตัวอยู่ในตรอกเล็กๆ ของ Ann Siang Hill เพื่อลองสัมผัสประสบการณ์บาร์ชั้นใต้ดินดูสักครั้ง


โรงภาพยนตร์แนวอินดี้
ห้องจำหน่ายตั๋วของโรงภาพยนตร์ The Projector

มาร่วมสัมผัสบรรยากาศการชมภาพยนตร์แนวใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ของสิงคโปร์ ได้ที่โรงภาพยนตร์แนวอินดี้ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง ไปที่โรงภาพยนตร์ The Projector, Alliance Française Cine Club หรือ The Screening Room เพื่อสัมผัสประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่ไม่เหมือนใคร โดยที่คุณไม่สามารถหาชมได้จากเครือโรงภาพยนตร์ในห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์แนวอินดี้เหล่านี้ยังมีการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์และธีมไนท์ต่างๆ จึงเป็นแหล่งรวมของภาพยนตร์แปลกใหม่ที่น่าสนใจ คุณต้องแวะชมภาพยนตร์สิงคโปร์สักเรื่องสองเรื่องเมื่อมาเที่ยวที่นี่


ศิลปหัตถกรรม

ลืมพวงกุญแจเมอร์ไลอ้อน (Merlion) ไปได้เลย แล้วหันมาทำของที่ระลึกด้วยตัวคุณเอง มาลองทำงานฝีมือร่วมกับบรรดาช่างฝีมือของ Mud Rock Ceramics (ซึ่งมีลูกค้าที่ล้วนแต่เป็นบุคคลมีชื่อเสียง อาทิ สมเด็จพระราชินีนาถแห่งอังกฤษ) โดยลงเรียนคอร์สการทำเครื่องปั้นดินเผาที่นี่ หรือไม่เช่นนั้น ก็ปลดปล่อยวิญญาณปิกัสโซ่ที่แฝงอยู่ในตัวคุณออกมา เมื่อคุณลองเข้าร่วมกิจกรรม การทำงานศิลปะในระหว่างที่ดื่มชาชั้นเยี่ยมที่ร้าน Arteastiq ซึ่งรวมบูติกคาเฟ่เข้ากับอาร์ตสตูดิโอ


สตรีทอาร์ต
คนหนุ่มสาวกำลังถ่ายเซลฟี่ข้างภาพเขียนบนกำแพงใกล้กับย่าน Kampong Glam

คุณจะต้องประหลาดใจเมื่อได้พบกับสตรีทอาร์ตที่มีอยู่ทั่วไปในสิงคโปร์ คุณเพียงต้องรู้ว่าจะหาชมผลงานเหล่านี้ได้ที่ไหน (เช่น Kampong Glam หรือ Tiong Bahru (เตียงบาห์รู)) นอกจากนี้ คุณยังสามารถแวะไปที่ ARTWALK Little India ซึ่งมีงานสตรีทอาร์ตเชิงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คุณได้ชม 


ฟาร์มในเมืองใหญ่
บรรยากาศภายนอกของ Open Farm Community

เราอาจจะมีตึกสูงจำนวนมากกว่าท้องไร่ท้องนา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะปลูกพืชอะไรไม่ได้เสียเลย ปัจจุบันนี้บรรดาผู้เชี่ยวชาญในการปลูกต้นไม้ ซึ่งชอบใช้ชีวิตอยู่ในเมืองจำนวนมาก ได้หันมาปลูกพืชผักในเมืองเพื่อนำมาทำเป็นอาหารกันมากขึ้น ลองสัมผัสอาหารจากฟาร์มสู่โต๊ะอาหารได้ที่ร้านอาหารต่างๆ เช่น Edible Garden City และ "กัมปุง สมัยใหม่" (กัมปุงคือหมู่บ้านขนาดเล็กหรือกลุ่มบ้านในละแวกเดียวกัน) One Kind House หรือจะลองปลูกผักในเมืองที่ Urban Farm and Barn ก็ย่อมได้


รางรถไฟที่มีทัศนียภาพงดงาม
Rail Corridor ที่ Bukit Timah (บูกิต ติมาห์)

เดินทอดน่องสบายๆ ไปตาม Rail Corridor (เรลคอร์ริดอร์) แนวระเบียงสีเขียวยาว 24 กิโลเมตรซึ่งโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ไม่ต้องกังวล คุณสามารถเดินบนทางรถไฟได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากทุกวันนี้รถไฟไม่ได้วิ่งบนเส้นทางนี้แล้ว อันที่จริง แนวรางรถไฟนี้อยู่ในระหว่างการปรับปรุงให้เป็นทางเดินป่า ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมและใช้เป็นพื้นที่สาธารณะ (ดูที่นี่เพื่อทราบข้อมูลล่าสุดว่ามี Rail Corridor ย่านไหนบ้างที่เปิดให้บริการ)


โรงแรมบูติก

ลองเลือกอะไรบางอย่างที่นอกเหนือจากโรงแรมหรูๆ ด้วยการจองห้องพักในโรงแรมบูติกซึ่งมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครและมีให้เลือกมากมายในสิงคโปร์ ให้การเดินทางพักผ่อนของคุณมีสีสันยิ่งขึ้นโดยเข้าพักในห้องแพนโทนที่ Wanderlust Hotel ลิ้มลองรสชาติอาหารที่ร้าน F&B หลายร้านที่โรงแรมสุดฮิป Ann Siang House และตื่นตาไปกับความหรูหราโอ่อ่าของศิลปะแนวอาร์ตเดโค่ภายในของโรงแรม The Vagabond Club