ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ที่ปรับปรุงใหม่ของเรา ค้นหาเพิ่มเติมว่าทำไมเราจึงต้องอัปเกรดและบอกเราว่าคุณมีความคิดเห็นอย่างไรได้ ที่นี่

กัมปงกลาม

10.00 น: เริ่มโปรแกรมทัวร์ของคุณตั้งแต่เช้าในย่านซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งแต่ก่อนเป็นย่านพำนักอาศัยของบรรดาชนชั้นสูงชาวมาเลย์ในปี 1800 โรตี ปราตา (โรตีจากภาคใต้ของอินเดีย) เป็นอาหารหลักมื้อเช้าของคนย่านนี้ที่ร้าน MA Deen Biasa ยังมีเมนูที่ขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งคือ ซุปตูลัง (กระดูกแกะเคี่ยวในน้ำเกรวี่) แป้งปราตา จะถูกนวด โยนขึ้น และตบให้เป็นแผ่นแบน ๆ อย่างชำนาญ จากนั้นจึงนำมาทอดจนได้แผ่นโรตีกรอบ ๆ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนในย่านนั้น ตามที่เอรินกับเบนจามินได้แสดงให้เห็น เราคงจะพอทราบได้ว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยในการทำอาหารที่ดูเหมือนจะง่ายนี้!

หลังจากอิ่มท้องแล้ว ก็ออกเดินต่อไปยังร้าน Suria Fabrics และร้านรวงที่ขายของเฉพาะอย่างตามแนวถนนอาหรับเพื่อชมสินค้าสิ่งทอ พรม และสินค้าอื่น ๆ ของมาเลย์และตะวันออกกลางที่มีให้เลือกมากมายและล้วนแล้วแต่งดงาม อย่าพลาดที่จะแวะชมมัสยิดสุลต่าน (Sultan Mosque) ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญด้วยตาตัวเอง ในขณะที่คุณกำลังเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยของย่านนี้

11.30 น: แวะไปย่านร้านบูติกแนวอินดี้สีสันสดใสที่ตั้งเรียงรายอยู่บนฮาจิ เลนและบาหลีเลน ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ร้านรวงส่วนใหญ่เพิ่งจะเปิดกัน บนถนนเส้นนี้ คุณจะพบกับทุกอย่าง นับตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้านแนววินเทจ ไปจนถึงจักรยาน

หากคุณเริ่มเหนื่อยจากการเดินเที่ยว แวะนั่งพักให้หายเหนื่อยที่ร้านคาเฟ่ดูดีมีสไตล์สักร้านในย่านนี้

ซีวิค ดิสทริคท์

13.30 น: สัมผัสความรู้สึกแบบมีความสุขที่สุดในระหว่างที่คุณนั่งทานอาหารที่ Jaan ร้านอาหารฝรั่งเศสสมัยใหม่ ตั้งอยู่ที่ชั้น 70 ของโรงแรมสวิสโซเทล เดอะ สแตมฟอร์ด (Swissôtel The Stamford) ค่อย ๆ ละเลียดเมนูชั้นเลิศแต่ละจาน อย่างเช่น ชุดบีทรูทคอลเลคชั่น ซึ่งนำเอาบีทรูทหลากชนิดมารังสรรค์จนได้รสชาติวิเศษสุด ทั้งแบบเสิร์ฟบีทรูททั้งหัว และที่นำมาทำเป็นเมอแรงก์ ซอร์เบต และบีทรูทกวน

หลังจากนั้นก็ได้เวลาเดินทอดน่องสบาย ๆ ชื่นชมความงามด้านสถาปัตยกรรมของ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ (National Museum of Singapore), ห้างสรรพสินค้าแคปิตอล พิแอซซ่า (Capitol Piazza) และอาคารอื่น ๆ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ซึ่งตั้งอยู่ในย่านนี้ ในขณะที่เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ อย่าลืมแวะเข้าไปดูโซนจำหน่ายของที่ระลึกที่เรียกว่า Museum Label Shop เลือกซื้อเลือกหา ของที่ระลึกที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบสิงคโปร์ซึ่งมีให้เลือกมากมายซึ่งคุณสามารถนำติดมือกลับไปฝากคนที่บ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นนาซีเลอมะก์ ที่จัดเป็นชุดน่ารัก (ข้าวมันหุงในน้ำกะทิใส่ใบเตยมีกลิ่นหอม รับประทานกับเครื่องเคียงต่าง ๆ อาทิ ไข่เจียว ปลาทอด และปลาแอนโชวี่) พวงกุญแจที่เอรินกับเบนจามินเหลือบไปเห็นเข้า หรือลูกเต๋าที่ไม่เหมือนที่ใดซึ่งมีสุภาษิตคำพังเพยของสิงคโปร์

ถนนออร์ชาร์ด

15.30 น: ได้เวลาออกไปเดินช้อปให้ฉ่ำใจ ว่ากันตั้งแต่สินค้าแบรนด์เนมชื่อดังไปจนถึงสุดยอดสินค้าแฟชั่นแบรนด์สิงคโปร์ แหล่งช้อปปิ้งแห่งนี้มีทุกอย่างให้เลือกอย่างครบครัน มาเริ่มกันที่ร้านบูติกนอกห้างที่ชื่อ In Good Company's ซึ่งเป็นแบรนด์ของสิงคโปร์ ตั้งอยู่ที่ ไอออน ออร์ชาร์ด ก่อนมุ่งหน้าต่อไปยังห้างแทงส์ ออร์ชาร์ด เพื่อเลือกซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมอื่น ๆ ของสิงคโปร์ เช่น Aijek, Collate รวมทั้งเครื่องประดับอัญมณีแบรนด์สิงคโปร์อย่าง Carrie K และ MTJ by Marilyn Tan

ต่อจากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังห้างออร์ชาร์ดเกตเวย์ (Orchard Gateway) ซึ่งคุณจะได้พบกับร้านบูติกที่จำหน่ายสินค้าหลากหลายแบรนด์ อาทิ ร้าน Actually, Superspace, Naiise และ SECTS SHOP โดย Depression ซึ่งมีสินค้าแบรนด์เนมของทั้งสิงคโปร์และแบรนด์ต่างประเทศอย่างครบครัน รับประกันได้ว่าเมื่อมาที่นี่แล้วคุณจะได้ช้อปสินค้าแปลกใหม่ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปหลายอย่างแน่นอน

เดมพ์ซีย์ ฮิลล์ (Dempsey Hill)

18.00 น: หลังจากออกไปสนุกสนานกับการเดินช้อปปิ้งและเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ มาทั้งวัน ก็ได้เวลาหาอาหารอร่อย ๆ รับประทานกัน มุ่งหน้าสู่ย่านที่ซ่อนตัวอยู่บนเนินเขาบรรยากาศสบาย ๆ แห่งนี้ ซึ่งคุณจะได้พบกับร้านอาหารชั้นเลิศมีให้เลือกเป็นจำนวนมาก

ร้าน Jumbo Seafood ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วสิงคโปร์ เป็นร้านยอดนิยมของผู้คนทั่วไป ร้านนี้มีเมนูขึ้นชื่อคือปูผัดพริก อย่าลืมจุ่มหมั่นโถว (ซาละเปาไม่มีไส้ที่นำไปทอด) ลงไปในน้ำขลุกขลิกของปูผัดพริก เหมือนที่เบนจามินกับเอรินได้ไปลิ้มลองมา การจุ่มหมั่นโถวลงไปในน้ำราดปูผัดพริกทำให้การรับประทานปูผักพริกอร่อยขึ้นเป็นกอง

นอกจากนี้ บรรดานักชิมอาจจะเข้าไปสัมผัส 86.bar ซึ่งเป็นร้านอาหารที่เชี่ยวชาญในเรื่องอาหารแนว Mod-Sin (อาหารสิงคโปร์สมัยใหม่) ร้านอาหารแห่งนี้ใช้วิธีการผสมผสานวัตถุดิบและสไตล์การทำอาหารที่สร้างสรรค์ ทำให้อาหารท้องถิ่นมีความแปลกใหม่น่าสนใจขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาดใจ เมนูที่ต้องลองชิมให้ได้ก็คือ หมูแมงกาลิก้าสามชั้นที่ชื่อ ชาร์ซิว (หมูย่าง)

ตบท้ายวันอันแสนเพลิดเพลินด้วยการนั่งจิบเครื่องดื่มที่คุณโปรดปรานที่ร้าน RedDot BrewHouse และบาร์อื่น ๆ ในละแวกนั้น ในขณะเดียวกันคุณยังสามารถลิ้มลองอาหารว่างเลิศรสตามบาร์ต่าง ๆ ได้หากรู้สึกว่าท้องเริ่มร้อง

โปรแกรมทัวร์ตามที่เบนจามินและเอรินได้ไปลองสัมผัสมานี้ เป็นเพียงตัวอย่างยั่วน้ำลายของกิจกรรมอันน่าสนุกสนานอีกมากมายที่รอให้คุณมาสัมผัสบนเกาะสิงคโปร์ หากคุณต้องการเพิ่มสถานที่สำหรับทำกิจกรรมสนุก ๆ เพิ่มเติมลงในโปรแกรมทัวร์ ลองเข้าไปดู 10 อย่างที่ห้ามพลาดต่อไปนี้

และลองดู